บทความ

แจก 4 สูตรดีท็อกซ์ แก้สิว ผิวใส ลดพุง ทำได้เองที่บ้าน ในงบเบาๆ

4 สูตรล้างพิษ แก้สิว ผิวใส ลดพุง ทำได้เองที่บ้าน ในงบเบา ๆ

#แจกสูตรดีท็อกซ์4สูตร ที่บีมทดลองใช้แล้ว ช่วยให้สิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หายขาดได้จริง ๆ (พิษไม่เยอะมาก ร่างกายไม่พังมากนะคะ) #สายต้องการทำด้วยตัวเองในงบเบาๆ อ่านและทำตามนี้ได้เลยค่ะ
.
สูตรที่ 1 น้ำอุ่น

บีมได้ค้นพบวิธีล้างพิษที่ง่ายที่สุดในโลก คือ การใช้น้ำอุ่นจากหนังสือ น้ำอุ่นธรรมดา 1 แก้วในตอนเช้า ที่ดื่มแล้วไม่ธรรมดา มีสรุปเนื้อหาสั้น ๆ นาทีกว่าๆ ที่คลิปนี้ของ SE-ED เลยนะคะ https://youtu.be/8OWbehTwDkg

มีช่วงที่บีมทดลอง ใช้เวลาอยู่ประมาณเกือบเดือน ซึ่งเวลาทดลองสูตรการทานสูตรใดสูตรหนึ่ง บีมจะไม่ทานตัวอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการล้างพิษร่วมด้วยเลยค่ะ และจะทดสอบด้วยการทานอาหารที่มีไขมันเลว อาหารผัดทอดนอกบ้าน หรือพวกแป้งร่วมด้วย เพื่อดูว่ามันจะช่วยล้างพิษได้ระดับไหนค่ะ

สรุปว่า … น้ำอุ่นธรรมดา ๆ นี่ล่ะค่ะ ร่างกายล้างพิษตัวเองได้ดีเลย ระบบย่อยก็ดีขึ้น ทำให้บีมปรับวิธีทานอาหารโดยดื่มน้ำอุ่น ๆ ค่อนร้อนก่อนหรือหลังอาหารประมาณครึ่งแก้วกาแฟ เพื่อช่วยเพิ่มไฟย่อยค่ะ พบว่าสิวแนวกรามคางลดลงจริง (สิวแนวนี้คือ ระบบย่อยย่อยอาหารไม่ได้หมดค่ะ จะตกค้างเป็นพิษในลำไส้)

จะดื่มแบบจิบ ๆ หรือดื่มรวดเดียว ก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ได้อารมณ์กับผลต่อจิตใจคนละแบบค่ะ ยังไม่ลงลึกตรงนี้นะคะ (ใครมีหนังสืออาหารเปลี่ยนผิว จะมีเขียนรีวิวไว้ละเอียดเลยค่ะ กลับไปอ่านทบทวนได้เลย)

#วิธีการดื่ม
– ต้มน้ำหรือใช้กระติกไฟฟ้าก็ได้ ต้มน้ำให้เดือด แล้วกดมาประมาณ 300 cc ปล่อยให้อุ่นพอดื่มได้ (ถ้าอุ่นจนค่อนเย็น จะไม่ได้ผลนะคะ)

– แล้วค่อย ๆ จิบดื่มแบบละเอียด จนกว่าจะหมด ในเวลา 3-5 นาทีค่ะ หรืออีกวิธีคือ ดื่มรวดเดียวให้หมด เป็นการกระตุ้นลำไส้ค่ะ แต่จะไม่ได้อารมณ์ผ่อนคลาย ร่างกายจะไม่ทันได้ซึมซับความอุ่นร้อนให้กระจายตัวมากนัก แต่ให้ผลทางกระตุ้นการขับถ่ายได้ดีค่ะ

– ทดลองแบบไหนก็ได้ เอาที่รู้สึกดีและได้ผลดีกับตัวเองค่ะ

– ดื่มเวลาเดียว คือ ตอนเช้าหลังตื่นนอน

สูตรที่ 2 น้ำอุ่น ผสมเกลือหิมาลัย มะนาว และทานข้าวหมากตาม

เกลือหิมาลัย (เกลือสีชมพู) จะช่วยเพิ่มการสื่อสารในระดับเซลล์ ช่วยให้ประจุไฟฟ้าไหลลื่นในร่างกายได้ดีขึ้น ผลคือ การไหลเวียนของของเหลวในร่างกายจะเพิ่มขึ้น ของเสียออกจากเซลล์ได้ดีขึ้น สารอาหารเข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น ออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น

ถ้าดื่มเฉพาะน้ำอุ่นผสมเกลือหิมาลัยอย่างเดียว ก็ช่วยให้มีของเหลวคั่งค้าง เช่น ในมดลูก ช่องคลอด สามารถกำจัดออกมาได้ระดับหนึ่งเลยค่ะ ใครที่มีปัญหากับระบบประจำเดือนหรือมดลูก อาจพบว่า มีตกขาวหรือปวดท้องน้อยได้ในช่วงเริ่มดื่ม หรือไม่ได้ดื่มนานแล้วกลับมาดื่ม ซึ่งถ้าออกมาหมดแล้ว ก็จะกลับไปเป็นปกติค่ะ (หาย) บีมจึงรู้ว่า ตัวนี้ช่วยให้ร่างกายดีท็อกซ์ได้จริง

ส่วนมะนาว ถ้าเราลองบีบลงบนจานที่มีไขมัน ไขมันจะแตกตัว เวลาเข้าสู่ร่างกายของเรา ก็ทำงานแบบนั้นค่ะ และทุกครั้งที่บีมดื่ม จะหายใจคล่องด้วย เพราะมะนาวจะช่วยให้ไขมันที่เกาะบนหลอดเลือดหรือที่ต่างๆ แตกตัว และถูกกำจัดออกได้มากขึ้น และช่วยปรับเลือดให้เป็นด่างด้วย จึงช่วยปรับสมดุล pH ของเลือด ซึ่งหลังตื่นนอน หลาย ๆ คนที่กินเนื้อสัตว์ หรือกินผักผลไม้น้อย เครียดมาก ร่างกายจะเป็นกรดค่ะ เป็นสภาวะที่มะเร็งและโรคสิวชอบมาก ๆ

บีมจึงเอามารวมกัน ดื่มน้ำอร่อยดี ถ้ามีน้ำผึ้งก็ใส่ไปค่ะ แต่บางคนอาจจะมีเรื่องของภาวะความเร็วต่อน้ำตาล กินแล้วมีผลต่อน้ำตาลแกว่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อผิว ทำให้สิวอักเสบ แต่โดยส่วนตัว บีมไม่มีปัญหากับน้ำผึ้งเลยค่ะ คิดว่ามีประโยชน์ในการซ่อมลำไส้ด้วยซ้ำไป ช่วยให้มะนาวไม่ระคายเคืองทางเดินอาหารตอนทานสูตรนี้มากไปด้วยค่ะ

พอดื่มเสร็จรวดเดียว เน้นกระตุ้นลำไส้ให้ขับถ่าย ก็จะทานข้าวหมากตามไปเลย เพราะ เป็นการเติมเชื้อแบคทีเรียที่ดีให้ลำไส้ตั้งแต่เช้า สูตรนี้ทำทุกเช้า จะช่วยทั้งเรื่องผิวและการลดหน้าท้องและน้ำหนักค่ะ

#วิธีทำ

– กดน้ำร้อน 1/3 ของแก้วที่บีมถ่ายภาพให้ดู แล้วเติมน้ำอุณหภูมิห้องอีก 2/3 ให้ปรับสัดส่วนให้อุ่นค่อนร้อน

– บีบมะนาว 1/2 ลูกลงไป

– ใส่เกลือหิมาลัย 1/2 ช้อนโต๊ะ (ถ้ามากไป จะเค็มเกิน อะไรที่มากไป ร่งกายไม่ชอบค่ะ แต่เกลือนี้ไม่ทำให้ตัวบวม ไม่อันตรายเหมือนเกลือแกงสีขาว) ทานแล้วตัวไม่บวม แต่อย่าเค็มไปเท่านั้นค่ะ กลับช่วยขับน้ำส่วนเกินออกด้วย

– คนให้เข้ากันทั้งหมด จะใช้หลอดดูดเพื่อป้องกันเคลือบฟันก็ได้ค่ะ

– ทานข้าวหมาก 2 ช้อนโต๊ะตามไป อาจดื่มน้ำตามนิดหน่อยได้ค่ะ เพื่อดันลงกระเพาะและลำไส้

สูตรที่ 3 ยาระดมพล

บีมทานสูตรนี้เพื่อทดลองเรื่องการล้างน้ำเหลืองค่ะ จะดูผลต่อสิวและผิว โดยทดลองจนเข้าใจ ว่ามันช่วยให้สิวหายได้จริง ๆ หน้าใส สิวหาย ขับถ่ายออกดีมาก ๆ และกลิ่นอุจจาระก็แรงมาก ๆ แสดงว่าล้างได้ลึกจริง ๆ และช่วยให้หายปวดหลัง ปวดเนื้อ ปวดตัว ได้ด้วยค่ะ ตามสรรพคุณที่เขาเขียนไว้เลย

แต่…สำหรับคนที่เริ่มทานใหม่ ๆ จะพบปัญหา คือ อาการขับพิษจะเยอะมาก ๆ เพราะ มันล้างเยอะมาก ๆ จะมีปัญหาคือ จิตตก ไม่มั่นใจ แต่ถ้าใครที่เข้าใจ ก็จะกินจนหายได้จริง ๆ ซึ่งใช้เวลา 1 เดือนขึ้นไปสำหรับการทานครั้งแรกเพื่อล้างพิษแก้สิวค่ะ

#วิธีทาน

– ทานตามฉลากได้เลยนะคะ 1-4 ช้อนโต๊ะ ตามธาตุหนักและเบา ใครถ่ายง่าย ก็ทานแค่ 1 ช้อนโต๊ะค่ะ และบีมแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นตามสัก 1 แก้วกาแฟ ทานช่วง 4 ทุ่มทุกคืน จนกว่าสิวจะหายค่ะ

– ตอนเช้า ดื่มน้ำอุ่น 300 cc. เพื่อกระตุ้นการขับถ่ายออกค่ะ

– บางคนอาจตื่นมาปัสสาวะช่วง ตี 1-3 บ่อยกว่าปกติ หรือ ตื่นมาอุจจาระช่วงดังกล่าวเช่นกัน ไม่ต้องตกใจค่ะ แสดงว่าพิษเยอะมากจริง ๆ ควรปล่อยให้ร่างกายได้ขับออกค่ะ พอพิษลดลงแล้ว แม้คืนไหนจะทาน วันต่อมาก็จะไม่ถ่ายมากเหมือนวันแรก ๆ แล้วค่ะ และสังเกตที่ผิว ถ้าสิวหายแล้ว ก็หยุดทานได้ แต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากันค่ะ

สูตรที่ 4 ตรีผลาสูตรไม่หวาน

สมุนไพรสูตรนี้บีมชอบมาก ๆ ค่ะ แต่ราคาก็เอาการอยู่สำหรับการทานเป็นประจำ ถ้าทำเองได้ก็คงจะประหยัดไม่น้อย แต่ถ้าจะเน้นแก้สิว ก็เป็นอีกตัวที่น่าพิจารณา แต่ผลการขับพิษ จะมากกว่าระดมพลไปอีก เพราะมันปรับธาตุไปด้วย ดีท็อกซ์ไปด้วยพร้อม ๆ กัน ซึ่งลำพังกระบวนการปรับธาตุก็ทำให้ร่างกายปรับตัวเยอะมากช่วงแรก ๆ แล้ว สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้มีปัญหาสิว จะไม่พบปัญหาสิวขับพิษค่ะ แต่คนที่มีปัญหาสิว จะพบปัญหานี้ด้วย ดังนั้น มันมีอะไรที่ต้องเข้าใจเพิ่มก่อนทานค่ะ

ส่วนตัวบีมจะชอบทานตรีผลาช่วงเปลี่ยนฤดู เพราะเขาจะทำให้เราแข็งแรง ไม่เป็นหวัดง่าย หรือทานตอนเป็นหวัดก็หายเร็วมาก ๆ และช่วยปรับธาตุ ช่วยเติมเชื้อแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ คือช่วยหลายๆ อย่างในหนึ่งเดียว

แต่การทานตัวนี้ ถ้าหวังผลเรื่องการแก้สิว ต้องทานต่อเนื่อง เท่าที่ได้รับฟีดแบ็ค คือ 3-6 เดือนค่ะ แต่ก็จะเหมาะกับคนที่เข้าใจและชื่นชอบการปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป สิวค่อย ๆ หาย สุขภาพค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ

วิธีทาน
– ถ้าเป็นสูตรที่ถ่ายภาพมาให้ เป็นแบรนด์ที่บีมเลือกทานประจำค่ะ (ถ้าจะทาน) เพราะดูสะอาดและมีมาตรฐาน และหาซื้อได้ง่าย บีมซื้อที่ตำรับไทยค่ะ สำหรับขวดนี้ ซื้อให้น้องแคนดี้ กินล้างไขมันไม่ดีออกจากการกินขนมแบบเด็ก ๆ

– รู้สึกเขาจะไม่บอกวิธีทานไว้ค่ะ มันสามารถปรับปริมาณได้ตามที่เราต้องการ ถ้าเริ่มต้น บีมแนะนำให้ซื้อแก้วเป๊กมา แล้วลองดื่มที่ 20 cc ก่อนนอนเวลาเดียวค่ะ ดื่มน้ำอุ่น 1/2 แก้วกาแฟตาม ลองดื่มแบบนี้ไปสัก 3 วัน สังเกตดู ถ้าโอเคอยู่ ก็เพิ่มเป็น 30 cc ก่อนนอน เวลาเดียวอีกสัก 3 วัน สังเกตดู ถ้ายังโอเค ก็เพิ่มเป็น 2 เวลาเลย คือ เช้าและก่อนนอนค่ะ

– ทานไปจนกว่าสิวจะหายค่ะ

#คำแนะนำเพิ่มเติม

– เลือกแค่สูตรใดสูตรหนึ่งต่อการล้างพิษช่วงระยะเวลาหนึ่ง
– ทานต่อเนื่องตามที่แนะนำ จนกว่าสิวจะหาย
– ช่วงระหว่างที่ทานสูตรเหล่านี้ ควรดูแลเรื่องอาหารให้ดี กินคลีนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ งดเนื้อสัตว์ อาหารมัน อาหารหวาน แป้ง GI สูง ของย่อยยาก ๆ ปิ้ง ย่าง นมวัว โยเกิร์ตจากนมวัว พาสต้า มะกะโรนี ชีส งดไข่ไปก่อนนะคะ เพราะหลายคนแพ้ไม่รู้ตัว
– เน้นกินเมนู ต้ม นึ่ง ลวก เน้นผักเยอะ ๆ กินผลไม้เป็นอาหารว่าง กินสลัดโรล สลัดผัก น้ำปั่นผักผลไม้ อาหารไม่ผ่านกระบวนการ
– เรื่องอาหารแนะนำให้ทำตามข้อมูลในอัลบั้มนี้ค่ะ https://www.facebook.com/pg/siwsecret/photos/?tab=album&album_id=879029035783988
– ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องวันละไม่ต่ำกว่า 1.5 ลิตร โดยดื่มตามวิธีที่แนะนำไว้ที่นี่ค่ะ https://www.facebook.com/…/a.889649541388…/889011751452383/…

– ไม่ว่าจะเลือกสูตรไหน ก็ควรกินข้าวหมาก / โยเกิร์ตนมถั่วเหลือง ทุกเช้าพร้อมกับการดื่มน้ำตอนเช้า ถ้าเป็นไปได้ ควรกินมะละกอ หรือ กล้วยน้ำว้า ตามการกินข้าวหมากหรือโยเกิร์ตด้วย จะช่วยให้เชื้อแบคทีเรียขยายตัวได้ดีมาก ๆ ส่งผลให้ลำไส้ดีขึ้นเร็วค่ะ ลำไส้ดี = ผิวดี ยิ่งถ้าปรับอาหาร กินผักผลไม้เยอะ ๆ ดื่มน้ำมากและถูกวิธี จะยิ่งให้ผลดีเร็วมาก ๆ ค่ะ

#จำไว้ว่า

– ไม่สามารถบอกอาการขับพิษของแต่ละคนได้ จะเกิดขึ้นแตกต่างกัน ควรต้องศึกษาวิธีรับมือและทำตามที่แนะนำไว้ที่อัลบั้มนี้ค่ะ https://www.facebook.com/pg/siwsecret/photos/?tab=album&album_id=884490495237842

– ไม่สามารถบอกระยะเวลาของแต่ละคนได้ว่าเมื่อไหร่จะหายค่ะ ต้องทำ ต้องปรับตัวเองไปเรื่อย ๆ จนเรากลายเป็นคนใหม่ที่มีพฤติกรรมใหม่ มีจิตใหม่ ที่เป็นจิตใสสะอาดจริง ๆ

– จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้าต้องการหายจากสิวจริง ๆ ต้องแก้ที่จิตก่อน ฝึกโยคะหัวเราะ ตามเพจครูเก๋ https://www.facebook.com/KayMiracles เลยค่ะ ดีท็อกซ์ที่จิตไปด้วย จะได้หายเร็ว ๆ ค่ะ เพราะถ้าจิตเราเป็นอิสระจากสิวเมื่อไหร่ ไม่แคร์มัน ไม่กังวลกับมัน เราจะหายเร็วมาก ๆ ต่างกับการที่เราไปคิดถึงมันตลอดเวลา จะทำให้จิตติดค้างในภาวะเป็นสิว ที่แม้จะดูแลร่างกายดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถหายได้

– ต้องเข้าใจก่อนลงมือทำ เพราะเป็นกระบวนการธรรมชาติ เซลล์ร่างกายมีถึง 70 ล้านล้านเซลล์ จะหายขาดภายใน 3 วัน 7 วันคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากค่ะ ดังนั้น สร้างความคาดหวังให้ถูกต้อง นี่คือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ไม่ใช่แค่รักษาสิว แต่ผลพลอยได้คือ หน้าใสตลอดไปไม่ต้องกลับมาเป็นอีก … นานแค่ไหน ก็คุ้มที่จะทำค่ะ

ขออวยพรให้ทุกคนที่ได้ทำตามอย่างตั้งใจจริง ๆ
มีผิวใส มีสุขภาพดี มีความสุขในการดูแลตัวเอง
เห็นพัฒนาการที่ดีของตัวเองในทุก ๆ เช้าที่ลืมตานะคะ

ด้วยรัก
#บีมวรดาภา
#ล้างพิษรักษาสิว
#มากกว่าสิวหายคือได้ชีวิตกลับคืนมา

สาเหตุแท้จริงของสิวและวิธีรักษาที่ถูกต้องที่จะทำให้หายจริง คลิกอ่านที่นี่ก่อนเลยนะคะ https://siwsecret.com

สลัด “รากเหง้าสิว” ให้หลุดด้วย TRE

TRE คือ เครื่องมือที่ทำให้บีมหลุดพ้นจาก “สภาวะสะสมความเครียดเรื้อรัง” โดยไม่ต้องนั่งพูดเรื่องราวย้อนหลังอันเจ็บปวดให้ผู้บำบัดฟังเราแค่ช่วยให้ร่างกายจัดการเองตามธรรมชาติ ชอบมากค่ะ 🙂 ซึ่งบีมใช้ร่วมกับโยคะหัวเราะ ได้ผลดีมาก ๆ ในการเคลียร์ตัวเองทุก ๆ มิติ

TRE ย่อมาจาก Tension & Trauma Releasing Exercise เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ที่จะช่วย “กำจัดความเครียดและความเจ็บปวด” ที่ร่างกายของเราจดจำไว้ในระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ด้วยกระบวนการสั่นออกตามธรรมชาติ

สำหรับบีมแล้ว บีมได้ทำมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง กับครูเก๋ วรารักษ์ Kay Miracles by ครูเก๋ วรารักษ์ ตามที่บีมเคยเขียนบันทึกไว้ในเว็บนี้ไปแล้ว

แต่ครั้งล่าสุด คือ เมื่อวาน ซึ่งถือว่าเป็นครั้งพิเศษมาก ๆ เพราะบีมได้มีโอกาสได้ทบทวนสเต็ปกับครูเก๋อีกครั้งพร้อมกับได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากคุณ Lori Ann Arsenault ผู้ก่อตั้ง ผู้บริหาร และเป็น Global TRE® Certification Trainer Freedom Within Wellness อยู่ที่ จ.เชียงใหม่โดยตรงจาก Zoom (โปรแกรมวิดีโอคอล) ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงของการสอบของครูเก๋ค่ะ

ประสบการณ์ TRE ของบีม

ทุกครั้งที่ได้รู้ว่า จะทำ TRE บีมจะรู้สึกดีใจมาก เพราะ ครูเก๋จะจัด TRE ไม่บ่อยค่ะ และกว่าจะได้ทำ คือ นักเรียนต้องร่างกายพร้อม ห้ามเหนื่อย ห้ามเพลีย คือต้องพร้อมจริง ๆ เพราะ การทำ TRE นั้น แม้จะเป็นการออกกำลังกายที่มีท่าง่าย ๆ ในการกระตุ้นระบบ “สั่นออก” ตามธรรมชาติ แต่ในระหว่างกระบวนการนั้น มีสิ่งที่ต้องดูแลรายละเอียดมาก ไม่เช่นนั้น ผลลัพธ์จะตีกลับทำให้อาการแย่กว่าเดิมได้ค่ะ

ที่ดีใจก็เพราะรู้แล้วว่า ตัวเองมีความเครียดสะสมมาเยอะมาก และยังมีอดีตที่เจ็บปวดคั่งค้างอยู่บ้าง ก็อยากจะให้มันออกไปซะให้หมดค่ะ เพราะรู้ว่านั่นคือรากเหง้าของร่างกายที่เสียสมดุลและเป็นต้นเหตุของปัญหาชีวิตและสิวเรื้อรังที่เคยมี ซึ่งมันไม่สามารถเอาออกได้ด้วย TRE เพียงครั้งเดียว และไหนจะความเครียดใหม่ ๆ อีก แต่ก็โชคดีว่า เราได้ช่วยตัวเองไปแล้วด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ครูเก๋สอนไว้ ไม่ว่าจะเป็น แมนดาล่า โยคะหัวเราะ Instant Calm การหยั่งราก grounding การอดอาหาร และมีที่บีมศึกษาและทำเองและได้ผลดี ร่วมด้วยคือ นั่งสมาธิแบบโล่ง ๆ ว่าง ๆ การเชื่อมต่อกับดิน น้ำ ลม ไฟ ตามธรรมชาติ การเขียนไดอารี่ เป็นต้น

และครั้งล่าสุด คือ เมื่อวาน ไปทำที่ Gita’s House บ้านคีตา เชียงราย ที่ห้อง #17องศาเหนือ ของครูเก๋ (ที่ซึ่งมีพลังงานสงบมากๆ) บีมดีใจมากที่ได้เรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติมจากคุณลอรี่ แอน ผู้เป็นอาจารย์ของครูเก๋ในวิชา TRE ค่ะ คือ การได้วางท่าทางที่สบาย เพื่อให้ร่างกายปลดปล่อยความเครียดและความเจ็บปวดฝังลึกออกมาได้มากที่สุดตามธรรมชาติ แล้วมันก็ออกมาเยอะจริง ๆ ด้วย ชอบมาก 555+ (ถ้าเทียบกับอารมณ์รักษาสิวกับคุณหมอเมื่อก่อน คือ ชอบให้คุณหมอเอากรดแต้ม ชอบกดสิว คือ ทำอะไรก็ได้ ที่ทำแล้ว ให้สิวมันหายและหมดไปค่ะ อารมณ์เดียวกัน)

แต่อันนี้ ทำแล้วมันจบค่ะ ทำแล้วมันออกไปจริง ๆ ถ้าทำได้ถูกต้อง ทำเสร็จแล้วมันจะสงบลงตามธรรมชาติ บีมปวดหลังก่อนไป และเครียดก่อนไป เพราะต้องทำงานเยอะมาก ทำไม่ทัน พอทำเสร็จ รู้สึกหายปวดหลัง และตอนที่สั่น ก็สั่นไปทั้งตัวล่ะค่ะ แต่จะเป็นเยอะ ๆ ที่กลางลำตัว เป็นประสบการณ์สั่นออกที่รู้สึกเต็มที่มาก ๆ ซึ่งอาจจะด้วยว่าเราทำมาแล้วด้วย รอบนี้เราเลยได้เข้าใจสเต็ปและรู้จุดโฟกัสมากขึ้นค่ะ และได้ปรับเทคนิคและท่าทางอีกหน่อย เลยโอเคมาก ๆ เลย

แต่จริง ๆ แล้ว มันได้ผลดีตั้งแต่ครั้งแรกแล้วค่ะ แต่รอบแรกเราไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่ เลยอาจไม่เต็มที่ แต่ก็รู้สึกดีตั้งแต่รอบแรกแล้ว อย่างน้อยที่สุด มันทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น และมีสติมากขึ้น เพราะ ระหว่างที่ทำ ระหว่างที่ร่างกายปลดปล่อยพลังเครียดสะสมออกมา มันจะมีภาวะหลายอย่าง ที่บางคนอาจจะเหมือนฝันอยู่ หลุด ลอย คือ เราห้ามหลุด ต้องครองสติ นั่นคือหัวใจเลยค่ะ มันเลยเป็นเหมือนช่วงที่ทำให้เราได้ภาวนา ฝึกสติไปด้วย ซึ่งชอบ 55+

ซึ่งครูเก๋บอกบีมว่า TRE จะช่วยขจัดความเครียดที่ฝังอยู่ในระบบประสาทและกล้ามเนื้อส่วนล่าง (สะโพก อุ้งเชิงกราน) ซึ่งเป็นโซนหลักที่ความเครียดจะไปสะสมอยู่ค่ะ (แต่พอมันสั่นออก มันก็มักจะทำให้ระบบประสาททั้งตัวได้สั่นตามไปด้วยนะคะ) แต่ถ้าจะให้ครบ ต้องทำคู่ไปกับโยคะหัวเราะ ซึ่งจะได้ในส่วนกระบังลมและขับเอาแก๊สหมักหมมในปอดออกไปค่ะ ก็จะเป็นตัวเสริมกันและกันที่ดีมาก ๆ ในด้านการเคลียร์ตัวเองทุกมิติของร่างกาย (ระบบดีท็อกซ์ตามธรรมชาติของแท้) จริง ๆ และทำให้ระบบประสาทผ่อนคลายกลับมา เมื่อเรารีแล็กซ์ มากขึ้น จะทำให้เราสมดุลค่ะ เมื่อร่างกายและจิตใจสมดุล มันก็แข็งแรง ภูมิคุ้มกันก็จะสูงขึ้นตามธรรมชาติทั้งกายและใจ

บีมรัก TRE มาก ๆ และตัดสินใจลงเรียนวันที่ 2-3 พ.ย. นี้ ซึ่งจะสอนเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลักค่ะ สำหรับผู้สนใจเรียน อาจจะต้องมีทักษะด้านการฟังภาษาอังกฤษในระดับสื่อสารได้มากเพียงพอ จึงจะช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้มากค่ะ

การตัดสินใจไปเรียนครั้งนี้ เพราะบีมมองเห็นแล้วว่า นี่คือเครื่องมือที่จะช่วยให้ “รากสิว” หลุดออกไปได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจริง ๆ จากต้นตอคือความเครียดสะสมเรื้อรัง ที่จริง ๆ แล้วก็เป็นสาเหตุของทุกโรคเรื้อรังในปัจจุบันนั่นเอง และเป็นสาเหตุของการตายอันดับหนึ่งของประชากรโลก ซึ่งนอกจากจะได้เรียนเพื่อนำมาถ่ายทอดต่อได้อย่างถูกต้องกับแฟนเพจที่ติดตามกันแล้ว ก็ยังได้เอาวิชามาฝึกปฏิบัติเองต่อ เพื่อป้องกันความเครียดใหม่สะสมได้ด้วยค่ะ จะได้มีสุขภาพกายและใจที่ดีตลอดไปได้ยั่งยืน มีพลังทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแข็งแรง สร้างสรรค์ และเปี่ยมด้วยพลัง คนที่ได้รับอะไรไปต่อจากบีม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ลูกค้า แฟนเพจ ก็จะได้รับแต่พลังงานที่ดี ๆ ด้วยค่ะ เพราะบีมตระหนักแล้วว่า หากต้องการเป็นผู้ให้ พลังเราต้องเต็มก่อน เราต้องซ่อมตัวเองให้เสร็จก่อน ถึงจะมีสิ่งที่ดีให้คนอื่น ๆ ได้จริง ๆ ไม่เป็นต้นแบบที่ผุ ๆ พัง ๆ ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความเสียหายกับผู้รับได้อย่างมหาศาลค่ะ

หากใครได้มาเรียนรอบนี้ จะเจอบีมที่คลาสด้วยค่า แต่เราคงไม่ได้คุยเรื่องสิวกัน คงเน้นฝึก TRE กันนะคะ 🙂 เพราะ การแก้ปัญหาสิวในแบบฉบับใหม่ที่บีมเรียนรู้ เราไม่จำเป็นต้องคุยเรื่องสิวกันเลยค่ะ เพราะด้วยวิธีการที่ทำโดยการสั่นและหัวเราะเอาความเครียดออก ประกอบกับดูแลตัวเองสายคลีน มันก็แก้ได้ในตัวอยู่แล้วค่ะ

ถ้าใครที่ไม่ติดอะไร แนะนำให้มาเรียนรู้เทคนิคนี้แล้วเอาไปใช้ต่อนะคะ เพราะมันคือเครื่องมือที่ดีมาก ๆ ที่จะทำให้ต้นตอของสิว คือ ความเครียดที่ฝังอยู่ ถูกกำจัดออกไป โดยไม่ต้องไปรื้อฟื้นเรื่องราวอะไรให้ตะกอนที่อยู่ก้นต้องออกมา แต่คือ การเขย่าและเทตะกอนออกไปด้วยกลไกธรรมชาติของร่างกายเองค่ะ

ง่าย เร็ว ได้ผลจริง เมื่อทำอย่างเข้าใจและต่อเนื่องค่ะ เมื่อความเครียดเบาบางและหายไป หน้าใส ๆ และสุขภาพดี ๆ จิตใจที่ผ่องใส ก็จะสามารถเกิดได้ตามธรรมชาติค่ะ

อีกหนึ่งวิชาธรรมชาติบำบัดที่มีวิทยาศาสตร์รองรับที่แนะนำ

#บีมวรดาภา
#BeamsReview
#TRE

หมายเหตุ

สำหรับผู้ที่สนใจและสะดวกเป็นภาษาไทยมากกว่า จะมีคอร์สวันที่ 9-10 พ.ย. ที่มีการแปลเป็นภาษาไทยให้ตลอดคอร์สค่ะ รายละเอียดคลิกที่นี่นะคะ https://www.facebook.com/events/2109763682462071

เคลียร์สิว ผิวใส ด้วยเทคนิค RRP (ตอนที่ 1)

วันนี้ บีมจะมาอัพเดทความรู้ตกผลึกล่าสุด ที่บีมได้ใช้แล้วเห็นผลกับตัวเองดีเยี่ยมสำหรับสุขภาพของตัวเองในทุกๆมิติ คือ กาย ความคิด ความรู้สึก และการเติบโตทางจิตวิญญาณ ที่ไม่ได้ส่งผลให้เฉพาะเรื่องผิวที่เคลียร์และใสขึ้น และมีแนวโน้มได้ผลลัพธ์อย่างถาวรแท้จริง (ร่างใหม่จริงๆ) แต่ยังทำให้ชีวิตเติบโตขึ้นในทุกมิติบนทางเดินแห่งความสุขและเส้นทางของเราเองจริง ๆ (ไม่ใช่จากสังคมหรือใครกำหนด)

โดยความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบีม ที่เหมือนได้เกิดใหม่ทางจิตวิญญาณและมีร่างกายใหม่จริง ๆ เกิดจาก 7 เหตุปัจจัยนี้เป็นหลักค่ะ

ปัจจัยข้อที่ 1 ได้เรียนรู้ศาสตร์ “โยคะหัวเราะ” และนำมาปฏิบัติต่อเนื่องจริง

สำหรับผู้ที่ติดตามบีมมานาน น่าจะเคยได้รับทราบว่า บีมได้ลงเรียน คอร์สประกาศนียบัตรผู้นำโยคะหัวเราะสากล เมื่อเดือนมีนาคม 2562 มาก่อน หลังจากจบคอร์ส บีมได้เห็นผลกับสุขภาพองค์รวมและผิวในทันที รวมถึงทัศนคติต่อชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปภายในคอร์ส และแบ่งปันไว้ในคลิปนี้ โยคะหัวเราะช่วยทลายรากสิวและป้องกันสิวใหม่ได้อย่างไร หลังจบคอร์สเลยค่ะ (ตอนนั้นหน้าใสมากจริง ๆ ผลลัพธ์ชัดเจน จึงต้องการแบ่งปัน)

ปัจจัยข้อที่ 2 ได้เรียนรู้และปฏิบัติเทคนิค RRP อื่น ๆ จากครูเก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง

ประกอบกับบีมได้รับการถ่ายทอดความรู้เป็นส่วนตัวจากครูเก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2561 (ลองอ่านในบันทึกพลังงานบำบัดกับครูเก๋ ครั้งที่ 1 ได้ค่ะ) ครูผู้ที่ทำให้บีมเข้าใจ “การซ่อมราก” กายและจิตอย่างแท้จริง และทำให้เข้าใจร่างกายของมนุษย์อย่างลึกซึ้งจริง ๆ สามารถ “ซ่อมตัวเอง” ได้ด้วยตัวเองจริง ๆ ใช้ทุกระบบที่ร่างกายมนุษย์พึงมีเป็น รู้เท่าทันความคิด อารมณ์ได้มากขึ้นมาก ๆ ปรับสมดุลได้ในระดับ advanced ด้วยวิธีเรียบง่ายมาก ๆ ซึ่งตรงจริตของบีมอย่างมาก

ปัจจัยข้อที่ 3 ได้เรียนรู้หลักการและทำ workshop “การสำนึกรู้คุณ” (Gratitude) จากโค้ชโอ้ง

ซึ่งเป็นสิ่งที่บีมได้ยินมานานแล้ว แต่ค่อนข้างปิดใจ ไม่ศึกษา เพราะ ได้ยิน ได้เห็น จากโค้ชต่าง ๆ ที่สอนกันอยู่ตอนนั้น รู้สึกว่าไม่ถูกจริตตัวเอง แต่โชคดีที่ได้พบโค้ชโอ้ง ซึ่งเป็นคนเชียงรายเหมือนกัน และมีโอกาสได้เรียนรู้หลักการเรื่องนี้และเคลียร์เรื่องกฎแรงดึงดูดได้ชัดเจน และ workshop ที่ได้มาทำ ก็เห็นชัดเจนว่า มันทำงานอย่างไร และเมื่อได้ตกผลึกของตัวเองแล้ว โดยผสมผสานกับองค์ความรู้ทั้งหมดที่ได้เคยเรียนรู้มา รวมกับก้อนใหญ่ที่เรียนจากครูเก๋ ก็ทำให้รู้สึกว่า “อยู่บนเส้นทางที่ใช่และถูกต้องสำหรับตัวเอง”

ปัจจัยข้อที่ 4 บีมนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 4 ปี

จริง ๆ แล้วบีมเป็นคนที่ชอบนั่งสมาธิมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะปกติเป็นคนจิตร้อน แต่พอนั่งแล้วสงบดี แต่ก็ไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่านั้น ก็ทำมาเรื่อย ๆ แต่ไม่สม่ำเสมอและหายไปช่วงเรียนหนังสือระดับชั้นมัธยมถึงมหาวิทยาลัย (นาน ๆ ทีทำ) ช่วงทำงานไม่ค่อยได้ทำ แต่มาทำเยอะมาก ๆ ช่วงปี 2552 เพราะตอนนั้นชีวิตเป็นขาลงแบบสุด ๆ และมีโอกาสได้กลับมาอยู่บ้านที่ อ.พาน ก็มีเวลาทำสมาธิทุกวัน จนกระทั่งชีวิตดีขึ้นจนธุรกิจเติบโตมาก ๆ ก็ไม่ได้ทำเพราะมัวแต่ยุ่งกับงานและลูก หาเวลาไม่ได้เลย แต่หลังจากชีวิตพบวิกฤติครั้งใหญ่เมื่อประมาณปี 2558 ก็ได้มีโอกาสไปวัดอัมพวัน ที่จังหวัดสิงห์บุรี โดยการชักชวนของกัลยาณมิตร 2 ท่าน คือ คุณ Vasu Chanratthanayothin และ คุณกัญฐ์พอร เอี๋ยวสกุล ทำให้บีมได้นั่งสมาธิในรูปแบบที่ทำให้เข้าใจ “สภาวะจิต” และ “ทุกข์” คือ การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีมาก ๆ สำหรับการนั่งสมาธิในแนวทางที่ถูกต้องและ “ไม่หลงทาง” และนั่งตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยปรับรูปแบบให้เข้ากับชีวิตในแต่ละช่วงมากขึ้น ซึ่งทำให้บีมยังคงรักษาสติและพลังส่วนหนึ่งไว้ได้ ไม่คิดจบชีวิตตัวเองไปเสียก่อน (เพราะที่ได้เจอมันหนักหน่วงจริงๆ)

ปัจจัยข้อที่ 5 ความเข้าใจเรื่อง “ธรรมชาติบำบัด” และการดูแลตัวเองตามแนวธรรมชาติ

ข้อนี้ช่วยทำให้บีมยังคงมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ แม้สถานการณ์จะถาโถมเพียงใด แต่บีมยึดหลักธรรมชาติไว้ดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดีท็อกซ์ อดอาหารล้างพิษ การใช้ skincare ที่ปลอดภัย การรับพลังจากดิน น้ำ ลม ไฟ จากธรรมชาติ การปรับสมดุลด้วยอาหารอย่างง่าย ๆ และใช้แนว minimalism คือน้อยแต่ครบ มาดูแลตัวเองเสมอ แม้ช่วงที่เครียดหนักและยังไม่พบครูเก๋ ผิวอาจจะไม่ได้ดีมากและยังคงมีสิวขึ้น แต่อย่างน้อยก็ไม่นอยด์ ไม่ต้องมาทุกข์เรื่องนี้ เพราะเรารู้วิธีจัดการแล้ว เราก็ได้นำพลังที่เหลือน้อยนิดไปทำสิ่งอื่นที่จะช่วยแก้ปัญหาของเราได้ต่อไป ไม่เปลืองพลังโดยใช่เหตุ ซึ่งจะแตกต่างกับคนที่ไม่ใช้หลักธรรมชาติ ซึ่งเมื่อเขาไม่ทราบตรงนี้ ก็จะต้องป่วยและไปกินยา ซึ่งมันไม่จำเป็นและยิ่งเพิ่มความเครียดเข้าไปอีก เพราะ ยาคือสารเคมีที่ร่างกายไม่ต้องการ และยิ่งทำให้สุขภาพแย่ลงในระยะยาว ซึ่งของบีมตัดตรงนี้ไปได้เลย และในวันที่ชีวิตดีขึ้นแล้ว ต้นทุนทางสุขภาพเราก็ยังดีและพัฒนาต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ได้อยู่

ปัจจัยข้อที่ 6 ได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ “กดดันและเลวร้ายที่สุดในชีวิต” (สำหรับชีวิตของบีมเองนะคะ)

จนทำให้รู้ว่า “การฝึกฝนจิตและกายที่ได้เรียนวิชาจากครูเก๋ โค้ชโอ้ง และพื้นฐานการนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่องของบีมนั้น ได้ผลจริงและช่วยปลดปล่อยจิตให้เป็นอิสระได้มากจริง ๆ” ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการที่บีบคั้นหัวใจนั้นแล้ว มันน่าจะเทียบได้กับ “ความเจ็บปวดของแม่และความรู้สึกบีบคั้นของลูกระหว่างคลอดธรรมชาติ” (บีมคลอดธรรมชาติลูก 2 คน เลยเทียบได้ค่ะ) และพอ “หลุด” แล้ว แม่ก็หายปวดทันที ลูกก็โล่งทันที และก็ต้องมาเดินต่ออย่างแข็งแรงเป็นบทถัดไป เหมือนได้ “เกิดใหม่” จริง ๆ พร้อมกับผลลัพธ์ชีวิตที่ได้ปรารถนาเอาไว้ ก็เริ่มแสดงให้เห็นในชีวิตภายนอกจริง ๆ (ชีวิตภายนอก = ชีวิตภายใน)

ปัจจัยข้อที่ 7 ความรัก ความช่วยเหลือจากครอบครัวและการให้โอกาสจากกัลยาณมิตร

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายหลาย ๆ ระลอกในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา คือ “ความรัก” และ “ความช่วยเหลือ” จากครอบครัวและกัลยาณมิตรค่ะ ข้อดีของการที่เราเจอปัญหาหนัก ๆ และนานพอก่อนที่เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากจุดนั้น คือ เราจะเห็น “ความรักแท้” ของคนที่รักเราจริง ๆ ในวันที่เราไม่เหลืออะไร ในวันที่เราไม่เชื่อในศักยภาพของตัวเอง เราจะพบว่า มีผู้คนจำนวนหนึ่งที่มองเห็น “คุณค่าในตัวเรา” สำหรับบีมแล้ว ครอบครัวคืออันดับหนึ่งที่บีมได้รับสิ่งนี้ และกัลยาณมิตรทุกคน รวมถึงผู้ที่ช่วยเหลืองานเราในวันที่เราอยู่ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ และคนที่เราได้พบเจอใหม่ ๆ เราจะมีทักษะในการคัดกรองได้รวดเร็ว ว่าจะเข้ากันกับเราได้ดีไหมค่ะ ซึ่งทักษะตรงนี้เราจะได้รับเฉพาะในช่วงที่เราเคยผ่านความลำบากมาแล้วเท่านั้น

วันนี้ ขอจบบทความไว้เท่านี้ก่อนนะคะ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพว่า กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของบีมนั้น เกิดมาจากเหตุปัจจัยใดบ้าง

บีมได้เรียนรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงภายนอกมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในเท่านั้นค่ะ ผลลัพธ์ภายนอกของบีมในวันนี้ คนภายนอกจะยังเห็นไม่ชัดเจนถ้าวัดด้วยมาตรฐานของสังคมไทยทั่วไป

แต่สำหรับตัวบีมเอง บีมรู้ตัวเองดีค่ะ และมั่นใจที่จะบอกต่อออกไปแล้วถึงสิ่งที่กำลังตกผลึกในตอนนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังตามหา “เส้นทางการเติบโตของตัวเองอย่างมีความสุขทุกขณะแบบมั่นคงและชัดเจน” และรู้ว่าทิศทางการเติบโตครั้งใหม่นี้จะไปบนเส้นทางใด และอย่างไรแบบชัดเจน เพราะ “ซ่อมรากแล้ว ชีวิตมันจะไปต่อได้แบบชัดเจนเองค่ะ” และบีมจะมาเขียนต่อให้เข้าใจเรื่องนี้ และโยงให้เห็นว่ามันจะเคลียร์สิวผิวใสแบบถาวรได้อย่างไร รอติดตามนะคะ 🙂

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผู้สนใจสามารถดูคลิปสรุปของบีมได้ด้วยค่ะ

รวมพฤติกรรมเปลี่ยนผิวที่ 8 – 21

21 พฤติกรรมเปลี่ยนผิว | พฤติกรรมที่ 7 | ขอบคุณร่างกาย

การที่กำลังมีผิวและสุขภาพที่แย่นั้น อาจกำลังสะท้อนถึงภาวะที่เรียกว่า “ขาดการสำนึกรู้คุณร่างกายและผิว” ไปค่ะ และการขอบคุณที่ถูกวิธีนั้นจะช่วยให้ผิวและสุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็วได้จริง ทำอย่างไรนั้น ไปอ่านกันค่ะ

หลังจากที่บีมได้ปฏิบัติการตาม Workshop ของโค้ชโอ้ง Your Life Coach – ทีมโค้ชพัฒนาศักยภาพทางความคิดและความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นปฏิบัติการ “สำนึกรู้คุณ” ของสิ่งต่าง ๆ มากมาย และมี workshop หนึ่งค่ะ ที่เราได้ “ขอบคุณร่างกายของตัวเอง” แบบจริง ๆ จัง ๆ ซึ่งพอได้ทำแล้ว บีมรู้สึกดีมากและต้องการนำมาแบ่งปันให้กับทุกคน ให้ได้ทำอย่างถูกวิธี ดังนี้ค่ะ

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า การสำนึกรู้คุณนั้น แท้จริงมันคืออะไร

การขอบคุณ การสำนึกรู้คุณ การกตัญญู เป็นความรู้สึกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นความรู้สึกเชิงบวก เมื่อเราอยู่ในสภาวะ “ขอบคุณ” ที่ออกมาจากจิตใจของเรา เราจะส่งคลื่นความถี่ระดับสูงออกมา ทำให้รู้สึกดี อยากยิ้ม มีความสุข ที่เรียกว่า ความสุขจากภายใน มันจะเอ่อล้นออกมาโดยธรรมชาติเลยค่ะ

สำหรับการขอบคุณร่างกายนี้ โดยปกติแล้ว บีมก็เคยลองทำดู แต่ก็ไม่ได้เข้าใจมันจริง ๆ และไม่เคยได้รู้สึกถึงพลังของการขอบคุณที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายได้เหมือนตอนที่ทำ workshop นี้ ซึ่งอยากให้ทุกคนที่อาจจะเคยทำ workshop หรือเข้าคอร์สประมาณนี้แล้วไม่เห็นผลกับชีวิต ได้ลองทำตามที่บีมจะแนะนำดูนะคะ

1) หาช่วงเงียบ ๆ ที่ได้อยู่คนเดียว ก่อนนอน หรือ ตอนเช้ามืดตอนเช้าแบบสดชื่น ให้เวลากับกิจกรรมนี้สัก 30 นาที – 1 ชม. ค่ะ แล้วแต่ว่าใครจะเขียนสั้นเขียนยาว บีมนี้ สายเขียนยาว จะสั้นหรือยาวไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ ขอให้ลงมือเขียนก็พอ

2) หาสมุดบันทึกคู่ใจมา 1 เล่ม ปากกาเขียนดี ๆ มา 1 ด้าม (ควรหามาก่อนทำ workshop นี้นะคะ)

3) นั่งนิ่ง ๆ หลับตาสักพัก ใครนั่งแล้วปิดตาแล้วฟุ้ง แนะนำให้ลองฟังเพลงปรับคลื่นสมองอันนี้ค่ะ https://youtu.be/SZZvXkJjoNg หรืออะไรที่ฟังสัก 3-5 นาทีแล้วสงบลงได้ ก็หาฟังเสีย อย่าเอาแบบที่มีเนื้อร้องเด็ดขาดนะคะ (หาด้วยใน YouTube ด้วยคำว่า quiet mind 5 minutes) 

4) ใครสายนั่งสมาธิอยู่แล้วให้ปรับท่านั่ง เป็นท่านี้ค่ะ นั่งสัก 5 นาทีก่อนทำกิจกรรม Shambhavi Mudrahttps://youtu.be/RAsF8qMK64I

5) ครบเวลาแล้ว ลืมตา แล้วระลึกถึงร่างกายนี้ เท่าที่ระลึกได้ แล้วเขียนขอบคุณทีละส่วน เริ่มตั้งแต่ เซลล์ ผม หนังศีรษะ ดวงตา จมูก หู หลอดลม ปอด กระเพาะ แขน ขา ผิวหนัง นิ้วมือ ฯลฯ แล้ว เช่น 

  • ขอบคุณ ผม ที่ทำให้มีบุคลิกที่ดี ทำให้อยู่ในสังคมได้เป็นปกติ และช่วยกันหัวจากความร้อนจากแสงแดด
  • ขอบคุณ ผิว ที่ช่วยห่อหุ้มอวัยวะต่าง ๆ ช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่าง ๆ ช่วยให้ทำงานและอยู่ในสังคมได้เป็นปกติ

ขอบคุณ
ขอบคุณ
ขอบคุณ

ไม่ต้องไปถึง 32 ประการนะคะ
เอาเท่าที่ระลึกได้…
(ของบีมเขียนไป 29 อวัยวะ เพราะ บีมเขียนหมด ระบบภายในเอาหมด เลือด นำ้เหลือง ตับ ไต ไส้ พุง)

การขอบคุณ จะต้องขอบคุณด้วยเหตุผลจากใจจริง ไม่เขียนไปส่ง ๆ จึงจะได้ผลจริง ๆ ค่ะ

จากนั้นเมื่อเขียนจบ ให้อ่านอีกครั้งจากใจ

จบแล้ว หลับตา กล่าวขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ อีก 3 ครั้ง

ถ้าจะให้ครบวงจร อันนี้บีมเสริมเองค่ะ ให้กอดตัวเองเข้าไปตบท้ายด้วยเลย มันจะฟินมาก ๆ รู้สึกรักตัวเองมาก ๆ ค่ะ แล้วเราจะรู้สึกได้ว่า ร่างกายก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน เหมือนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

ถ้าฟินมาก อาจจะถึงขั้นน้ำตาไหล เพราะ ไม่เคยได้บอกรักร่างกายขนาดนี้มาก่อนเลย ปล่อยให้มันไหลไปค่ะ 

ใครไม่ไหล ไม่ต้องซีเรียส คนเราแตกต่างกันค่ะ เอาเท่าที่รู้สึกจากใจจริงว่าเราขอบคุณจริง ๆ จากใจ รู้สึกว่าเราโชคดีเหลือเฟือที่ร่างกายเราเกิดมาสมบูรณ์และเขาดูแลเราได้ดีขนาดนี้ ทำให้เราทำงานประจำวันได้เป็นปกติทุก ๆ วัน

จากนั้น ในทุก ๆ คืนก่อนนอนและตอนเช้า ให้ขอบคุณร่างกายทุกวันค่ะ ขอบคุณเซลล์ทุกเซลล์ ขอบคุณผิวหน้า ผิวตัว ฯลฯ ยิ่งขอบคุณ ยิ่งส่งพลังงานที่ดีให้ตัวเองค่ะ โดยไม่ต้องเขียนยาว ๆ แล้วนะคะ คือ ให้ระลึกถึงร่างกายและขอบคุณจากใจเท่านั้นก็พอ 

ถ้าได้กอดตัวเองด้วยหลังขอบคุณ จะยิ่งฟินค่ะ 

สรุปว่า … เขียนยาว ๆ แค่ครั้งเดียวค่ะ 
แต่หลังจากนั้น ใช้เวลาสั้น ๆ ช่วงก่อนเข้านอนและตอนหลังตื่นที่ยังไม่ลืมตา ให้ระลึกขอบคุณเซลล์และผิวก่อนเลยค่ะ 

ช่วงแรก ๆ อาจจะรู้สึกฝืนที่ต้องขอบคุณ คิดไม่ออก เพราะ เราเทรนตัวเราให้คิดลบกับตัวเองมาตลอดชีวิตค่ะ แต่ต้องฝืนทำนะคะ เพราะทำแล้วมันดีกับเราเอง การฝืนตัวเองให้ทำสิ่งที่จะให้ผลดี จำเป็นต้องทำค่ะ แล้วเมื่อได้รับผลที่ดีแล้วมันจะอยากทำไปเองโดยอัตโนมัติ แล้วเราต้องทำทุกวันจนกว่ามันจะกลายเป็นกระแสพลังงาน กระแสประสาทใหม่ จิตใหม่ ที่จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะ

รับรองได้ว่า ถ้าทำได้ ผิวและสุขภาพจะดีขึ้นเร็วมาก ๆ ค่ะ

ถ้ามีปัญหาที่อวัยวะไหน ก็ให้ลองขอบคุณเขามาก ๆ ค่ะ โดยต้องขอบคุณอย่างไม่มีการขอแลกเปลี่ยน ขอบคุณจากใจจริง ๆ ค่ะ

ลองทำดูค่ะ บีมเชื่อว่ามันจะช่วยทุกคนให้ผิวใสได้เร็วขึ้นมาก ๆ ด้วยพลังแห่งการขอบคุณนี้ค่ะ 

21 พฤติกรรมเปลี่ยนผิว | พฤติกรรมที่ 6 | ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

เชื่อหรือไม่คะว่า การออกกำลังกายที่ถูกวิธีและเหมาะสมกับธรรมชาติของเรา จะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

การออกกำลังกาย ใคร ๆ ก็รู้ว่ามันดีแน่นอนค่ะ แต่ก็มีหลาย “เหตุผล” ที่เราหยิบยกขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้ตัวเอง “ไม่ได้ออกกำลังกาย” 

จริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เกี่ยวกับว่า มันดีหรือไม่ดี แต่มันเกี่ยวกับว่า “มันคุ้มค่าและคุ้มเวลาที่จะไปทำหรือไม่?” 

ดังนั้นบีมจึงขอสรุปหลักที่การออกกำลังกายจะช่วยให้สิวหายเร็วไว้ดังนี้นะคะ คือ ผูกโยงให้เลยว่ามันช่วยเรื่องสิวอย่างไร เมื่อเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถผลักดันให้ตัวเองจัดเวลา “ทำสิ่งที่สำคัญได้ในที่สุดค่ะ”

การออกกำลังกายช่วยรักษาสิวได้เร็วเพราะ…

1) ช่วยในการหมุนเวียนของพลังงานชีวิต เลือด น้ำเหลือง

ซึ่งเมื่อสิ่งเหล่านี้หมุนเวียนแล้ว จะทำให้เซลล์ผิวซึ่งอยู่นอกสุดของร่างกาย ได้รับพลังชีวิต สารอาหาร น้ำ ที่มากพอต่อการมีสุขภาพที่ดี และสามารถขับถ่ายของเสียที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของเซลล์ออกไปได้ดีด้วยค่ะ 

สิวเกิดจากการสะสมของพิษที่บริเวณต่าง ๆ ของร่างกายและมาระบายออกที่ผิวพรรณ หากเราช่วยให้พลังงาน เลือด น้ำเหลือง หมุนเวียนได้ดีแล้ว ก็จะทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจัดการอาการบาดเจ็บ ติดเชื้อ ที่ผิว และสามารถช่วยให้เซลล์ผิวระหว่างและหลังการเป็นสิวสมานตัวเองได้เร็วขึ้น 

เมื่อทำร่วมกับการทาครีมที่ดี จะช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวทำได้เร็วมากค่ะ โดยทิ้งรอยสิวน้อยที่สุดหรือไม่ทิ้งเลย

2) ช่วยหลั่งสารความสุข สลายสารเครียด (ตัวการสิวอันดับหนึ่ง)

จุดนี้สำคัญมากเช่นกันค่ะ เพราะ ความเครียดที่เราได้รับในแต่ละวัน มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เราจะพบว่า เมื่อเราออกกำลังกายในเวลาที่เหมาะสม ไม่หนักไป ไม่เบาไป เราจะรู้สึกโล่ง ผ่อนคลาย เบาสบายมากกว่าก่อนออกกำลังกาย และรู้สึกว่าเราคิดบวกมากขึ้น หลายครั้งก็อาจจะได้คำตอบสำหรับปัญหาที่เผชิญอยู่มากขึ้นด้วย

ความเครียดนั้น แพทย์ทุกศาสตร์ทุกแขนง ลงความเห็นตรงกันว่า เป็น “เพชรฆาตอันดับหนึ่ง” ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และ กำลังอยู่ในยุคปลายทุนนิยมที่มีความวุ่นวายมากมาย อันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบทุนนิยมแบบสุดขั้วตลอดเวลาที่ผ่านมา จะเห็นว่าผู้คนป่วยด้วยโรคจากพฤติกรรมและความเครียดจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี และสิวก็เป็นขั้นต้นของโรคเหล่านั้นด้วยค่ะ

ดังนั้น หากต้องการสลายสิวอย่างรวดเร็ว ก็ควรต้องออกกำลังกายเพื่อกำจัดสารเครียดนี้ออกไปให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที

จะทำแบบไหนก็ได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ ให้ดูด้วยว่า เราทำแล้วรู้สึกดีกว่าเดิมหรือเครียดกว่าเดิม 

บางคนเป็นคนขี้หงุดหงิดและธาตุร้อน แนะนำให้ออกกำลังกายที่ทำให้เย็นลง เช่น โยคะ ว่ายน้ำ

บางคนเป็นคนที่เฉื่อย ๆ ชอบอะไรช้าเกินไป แนะนำให้ออกกำลังกายที่ได้เคลื่อนไหวเยอะ ๆ เช่น แอโรบิค วิ่ง เต้น เป็นต้น

บางคนในที่ทำงานก็อยูคนเดียวหลายชั่วโมง อาจจะไปตีแบดหรือเล่นบาส เพื่อที่จะได้เข้าสังคมบ้าง 

คือ การออกกำลังกายนั้นควรปรับสมดุลให้เราไปในตัวด้วยค่ะ เราไม่จำเป็นต้องออกเหมือนใคร เราจะมีสไตล์ของเราเอง และไม่จำเป็นต้องไปโรงยิม ไปสมัครเมมเบอร์ เราสามารถทำที่บ้านได้ สวนสาธารณะก็ได้ค่ะ 

สำคัญก็คือ ออกแล้วต้องรู้สึกดีกว่าเดิมค่ะ ไม่ใช่เครียดกว่าเดิม เอาที่สนุกและสบายใจนั้นดีที่สุดเลยค่ะ

3) เพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันและกำจัดพิษที่ละลายในไขมันออก

พิษชนิดที่ละลายและสะสมในเซลล์ไขมัน คือ พิษที่ทำให้เป็นสิวค่ะ ในการออกกำลังกายจะช่วยสลายเซลล์ไขมันที่สะสมอยู่ให้ออกมาเป็นพลังงาน ในขณะที่พิษที่เคยสะสมอยู่ในเซลล์ไขมันนั้นก็จะสลายและละลายออกมาอยู่ในน้ำเลือด เพื่อนำไปให้ตับกำจัดออกอีกที (ถ้าตับแข็งแรง สิวขับพิษก็จะแทบไม่มีค่ะ)

เมื่อร่างกายไม่มีไขมันเสีย = ร่างกายสะอาด = ไม่เป็นสิว นั่นเองค่ะ 

หลักการรักษาสิวก็มีเพียงเท่านี้เอง ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยตรงนี้ได้มาก ๆ 

4) นอนหลับและขับถ่ายได้ดีขึ้น

เมื่อออกกำลังกายอย่างถูกวิธี ถูกเวลาแล้ว จะช่วยให้ระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมระบบการทำงานอัตโนมัติ (ที่ไม่ผ่านการคิด) เช่น การนอน การย่อยอาหาร การสังเคราะห์สารอาหาร ระบบต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมน ฯลฯ ทำงานเป็นปกติ ทำให้วงจรพลังงานของเราสมดุลเข้าที่เข้าทาง ซึ่งสัญญาณที่ดีคือ เราจะง่วงก่อน 3 ทุ่ม เข้านอนแป๊บเดียวหลับสนิทได้ถึงเช้า ตื่นมาอีกทีไม่ใช้นาฬิกาปลุกและสดชื่นช่วงไม่เกิน 6 โมงค่ะ เมื่อร่างกายอยู่ในโหมดนี้ จะมีสุขภาพดีและภูมิคุ้มกันแข็งแรงที่สุด แน่นอนว่า ผิวก็จะสุขภาพดีไปด้วยแน่นอน สิวจะหายเร็วแน่นอน แม้มีขับพิษก็จะหายเร็วมากค่ะ

5) เป็นคนคิดบวก มีภูมิต้านทานภายในสูงต่อปัญหาต่าง ๆ

การออกกำลังกาย จะทำให้เราเริ่มรัก นับถือ เคารพ ศรัทธาตัวเอง ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ คือ พื้นฐานสำคัญของบุคลิกภาพที่มั่นคง การเป็นตัวของตัวเอง ไม่ถูกโลกเหวี่ยง การตัดสินใจมีความชัดเจน ด้วยภาวะเช่นนี้ ความเครียดจะเล่นงานได้ยาก และเมื่อคิดบวก จะอยู่ในโซนพลังงานบวก ทำให้ชีวิตพบเจอแต่เรื่องดี ๆ มากขึ้นค่ะ เสริมพลังและความแข็งแรงของชีวิตขึ้นไปได้เรื่อย ๆ 

รู้อย่างนี้แล้ว…
ถ้าอยากหน้าใสตลอดไป…
ก็ออกกำลังกายกันนะคะ 

21 พฤติกรรมเปลี่ยนผิว | พฤติกรรมที่ 5 | ตากแดดทุกเช้าหรือเย็น

จะบ้าเหรอ ให้ตากแดดนี่นะ?

ครั้งแรกที่บีมได้ยินและได้ทำเรื่อง “ตากแดดเพื่อสุขภาพ” บีมก็มีคำถามแบบนี้ล่ะค่ะ … เฮ้ย … เดี๋ยวผิวเสีย เดี๋ยวสิวขึ้น รึเปล่า???

แต่รู้ไหมคะว่า จริงๆ แล้ว แสงแดดนี่แหละ คือ พ่อที่ช่วยกู้ร่างของเราเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้าได้เท้าเปล่าบนน้ำค้างบนหญ้าหรือบนดินที่เปียกน้ำค้าง พร้อมกับรับแสงแดดที่ส่องลงมาบนตัวเราทั้งตัวช่วงเช้าก่อน 8 โมง หลับตาค่ะ … คุณจะรู้สึกอบอุ่นหัวใจและร่างกายแบบบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ

กูรูบางท่าน ก็ได้ยกคำพูดมาเลยว่า “พระอาทิตย์คือพ่อ ธรณีคือแม่ ของมนุษย์ทุกคน” บีมเองก็รู้สึกได้แบบนั้น เวลาที่ได้ทำกิจกรรมตากแดดจริง ๆ ค่ะ

แสงแดดให้พลังชีวิต ธรณีให้อาหารและดูดพิษจากเท้าของเราลงสู่ดินไป (บีมเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ นะคะ) ทั้งสองสิ่งอันยิ่งใหญ่นี้ คือพลังเยียวยาตามธรรมชาติที่ดีที่สุดของมนุษย์เราค่ะ

แต่…แสงแดด มีความบริสุทธิ์มากกว่าแหล่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ อากาศ ซึ่งได้ถูกปนเปื้อนไปแล้วไม่มากก็น้อย แต่แสงแดด คือสิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่สามารถทำให้สกปรกได้ ซึ่งอาจเรียกได้ว่า บริสุทธิ์ 100% แต่…ต้องตากให้ถูกเวลานะคะ หลัง 8 โมงไปไม่ได้แล้วค่ะ แผดเผากันเลยทีเดียว ต้องเลี่ยง ๆ และมาตากแดดอีกทีได้ประมาณ 4-5 โมงจนแดดหมด ซึ่งก็ต้องดูสังเกตดูว่า แดดนั้นไม่ร้อนเกินไปจนแสบผิวถือว่าใช้ได้ค่ะ

ถ้าเป็นโยคีที่เข้าใจโยคะแท้จริง หรือนักธรรมชาติบำบัดตัวจริง ทุกท่านจะบอกว่า ต้องตากแดดให้ได้ทุกวันค่ะ เพราะ

🌞 แสงแดด เพิ่มพลังชีวิตโดยตรงให้กับมนุษย์เรา ซึ่งระดับพลังชีวิตจะบ่งบอกถึงระดับสุขภาพและภูมิคุ้มกันของมนุษย์ค่ะ ยิ่งมีมาก ยิ่งแข็งแรงและซ่อมแซมร่างกายนี้ได้เร็ว

🌞 แสงแดด ช่วยสลายสิ่งสกปรก พิษสะสม ทั้งในกาย ในใจ ทั้งระดับพลังงานและโมเลกุลที่จับต้องได้

🌞 แสงแดด แน่นอนว่า ทางวิทยาศาสตร์ก็รู้ดีว่า ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้

โดยส่วนตัวแล้ว ก่อนหน้าที่บีมจะเข้าใจเรื่อง ตากแดดเพือสุขภาพแบบลึกซึ้งจาก ครูนิน Yoga Story และคลิปของท่าน Sadhguru เรื่องการคลีนร่างกายให้สะอาดแบบง่าย ๆ บีมเองก็ชอบแดดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่เป็นหวัด บีมจะหาแดด เอาตัวเองไปไว้ในแดดเลยค่ะ รู้สึกว่าหวัดหายเร็วมาก

ล่าสุด พอเข้าใจชัดเจนแล้ว ก็ทดลองอีกรอบ สัปดาห์ก่อน เป็นไข้หวัดชนิดติดเชื้อไวรัสค่ะ (เชียงรายมีระบาดอยู่ช่วงสัปดาห์ก่อน) บีมใช้วิธีธรรมชาติไม่กินยาไป และตอนเช้า ก็ไปตากแดด เหยียบน้ำค้าง อยู่ประมาณ 30 นาที โดยเน้นตากแดดที่หลังค่ะ เพราะ ส่วนหลังของเราเป็นที่ตั้งของพลังงานจักระของร่างกาย บีมเน้นเติมพลังตรง ๆ ไปเลย แล้ว…อาการหวัดก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด

ส่วนน้องแคนดี้ เป็นหวัดตัวเดียวกัน แต่เขาลงท้อง เราไม่กินยาเลย น้องเข้าใจค่ะ เพราะทุกครั้งที่ไม่สบาย เราใช้ธรรมชาติก่อนเสมอ ก็พาน้องไปตากแดดเช่นกัน นั่งด้วยกันนั่นแหละ หันหลังเข้าแดด อาการเขาก็ดีขึ้นเช่นกันค่ะ

บีมแนะนำว่า ให้ทำ 2-3 ท่าค่ะ เพื่อรับพลังเต็มที่

1) ยืนกางขาออก สูดหายใจลึก ๆ อาจจะทำท่าโยคะที่ยืดแขนขึ้นก็ได้ค่ะ อะไรก็ได้ ขอให้ยืดเหยียดให้สุด ๆ เท้าอยู่บนพื้นดิน ไม่ใส่รองเท้า หันหน้าเข้าหาพระอาทิตย์ หลับตา อยู่แบบนั้นพร้อมกักลมหายใจไว้สัก 10 นับก็ได้ ตอนปล่อยลมออก ให้ก้มพร้อมสะบัดแขนลงล่างพอประมาณ เหมือนทิ้งพลังไม่ดีออก พร้อมปล่อยลมทางปาก “เฮ้อออออ” คือ เอาออกให้หมดค่ะ แล้วยืดขึ้น ทำใหม่แบบนั้นสัก 10 รอบก็ได้ค่ะ หรือจนกว่าจะรู้สึกสบาย

2) นั่งสมาธิ หลับตา หันหลังให้ดวงอาทิตย์ ทำให้ได้อย่างน้อย 10 นาทีจะดีที่สุดค่ะ เพื่อให้ได้ซึมซับพลังให้ได้มากที่สุดในขั้นต่ำที่ควรได้รับ ซึ่งการนั่งสงบ ๆ ไม่เคลื่อนไหว จะทำให้เราสามารถรับพลังได้ดีที่สุด มากที่สุด

3) นอนลงบนหญ้า ถ้าดูแล้วปลอดภัยดี ก็นอนลงเลยค่ะ ไม่ต้องปูอะไรทั้งนั้น เอาหลังลงหญ้าหรือพื้นดินไปเลย นอนดูฟ้าไปค่ะ สบาย ๆ เหมือนตอนเราเด็ก ๆ อยู่จนกว่าจะเบื่อค่ะ 55+

จบแล้ว…ขึ้นมาก็อย่าลืมกล่าว “ขอบคุณแสงแดด ขอบคุณพื้นดิน ขอบคุณพ่อแม่ของฉัน ที่เติมพลังให้ฉัน ทำให้ฉันอบอุ่นและมีพลังสำหรับวันนี้นะคะ / นะครับ” ตอนพูดให้หลับตาและรู้สึกขอบคุณจากใจจริงนะคะ จับตรงหัวใจด้วยค่ะ ถ้าใจเต้นและรู้สึกกลางตัวหมุน ๆ อาจจะเล็กน้อยหรือมาก แสดงว่าเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้จริงค่ะ จะเป็นพลังสูงสุดที่เรารับได้ตอนนั้นเลย 

(ยินดีด้วย)

แต่ถ้าใครไม่ได้ อย่าไปคาดคั้นให้ได้ค่ะ
ถ้าทำด้วยความสุข รู้สึกดี รู้สึกอบอุ่น รู้สึกอยากขอบคุณกลับ ก็โอเคแล้วค่าาาา

ขอแค่รู้สึกดี…เต็ม…อุ่น…อิ่ม
ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว… 

เหมือนได้รับการชาร์ตพลังค่ะ
มันจะต่างกับตอนหมดพลัง
ลองสังเกตดูดี ๆ 

พยายามจัดตารางทำให้ได้ทุกวันนะคะ (กูรูท่านแนะนำมา) มันง่ายแต่ได้ผลดีมากกกกจริง ๆ ค่ะ ยิ่งใครหดหู่หนัก ๆ ปัญหาเยอะ ๆ สิวมาก ๆ เป็น The Must เลยค่ะ #ต้องทำไม่ใช่ #ควรทำ วิธีนี้ล้างพิษได้เร็วและลึกกว่าวิธีอื่น ๆ ทั้งหมดค่ะ ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรด้วย ขอแค่ตัดสินใจแค่นั้น ว่าจะทำจริง ๆ

🌞 แดดเช้า 6.00 – 8.00 น. (ดูตามเวลาแต่ละฤดูกาล ถ้าได้ตั้งแต่ช่วงอาทิตย์ขึ้นยิ่งดีค่ะ)

🌞 แดดเย็น 16.00 – 18.00 น. (ดูตามเวลาแต่ละฤดูกาล สังเกตว่าแดดไม่ทำให้ผิวร้อนจนแสบ ก็ใช้ได้แล้วค่ะ) แต่ตอนเช้าจะได้โบนัสคือพลังงานอากาศจะสะอาดกว่าค่ะ