21 พฤติกรรมเปลี่ยนผิว | พฤติกรรมที่ 3 | เลือกกินอาหารที่ดีและเหมาะสมกับตัวเอง

อาหาร คือ ธาตุดิน
ร่างกาย คือ ธาตุดิน

จะเปลี่ยนร่างกายได้สำเร็จ
ก็ต้องเปลี่ยนอาหารที่กิน
เป็นตรรกะง่าย ๆ ที่ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันก่อน

INPUT = OUTPUT
สิ่งที่เอาเข้า = ผลลัพธ์

ACTION = REACTION
การกระทำ = ปฏิกิริยา

กฎของการเปลี่ยนผิว มีเพียงเท่านี้เองค่ะ

อาหารที่ดี หมายถึงอาหารที่มีลักษณะดังนี้

อาหารที่เหมาะสม บีมใช้แค่ 3 เกณฑ์ สำหรับการเลือกให้ตัวเองค่ะ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนสายวิทยาศาสตร์มาก็สามารถเข้าใจได้และนำไปใช้ได้ผลจริง ๆ

  1. กินเสร็จแล้ว ภายใน 1-3 ชั่วโมงหลังกิน รู้สึกมีพลัง รู้สึกดี ไม่ใช่ง่วง เบื่อ เหนื่อย ท้องอืด (อาหารไหนที่ทำให้ท้องอืด จะทำให้สิวขึ้น เพราะ ระบบย่อยเรารับไม่ได้ในตอนนั้นค่ะ มันหนักไปสำหรับระบบของเรา)
  2. กินอาหารที่ร่างกายย่อยได้ สังเกตง่าย ๆ ว่า กินแล้ว ท้องไม่อืด เพราะถ้าย่อยไม่หมด มันจะตกค้างเป็นพิษบูดเน่าในลำไส้และผลิตแก๊สเสียออกมาซึมเข้าสู่ร่างกายอีกทอด
  3. กินตามกรุ๊ปเลือด / โดชา (โทษะ) / ธาตุเจ้าเรือน ของเรา แล้วแต่จะเลือกค่ะ สำหรับมือใหม่ บีมแนะนำว่า กินตามกรุ๊ปเลือดค่ะ หรือสามารถกินตามหลักที่สอนไว้ในอัลบั้มนี้ก็ได้ค่ะ ให้ทดลองทานตามแนวใดแนวหนึ่งไปจนกว่าจะเข้าใจชัดเจนด้วยตัวเองค่ะ ว่ากินแบบไหน อะไร ให้ผลอย่างไร แล้วค่อยเปลี่ยนภายหลังก็ได้ค่ะ

แนะนำให้ศึกษาอัลบั้มนี้เพิ่มเติมด้วยนะคะ จะได้ผลดีตามคาดหวังมากขึ้นค่ะ คลิกที่ลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

กินตามหลักอายุรเวท แก้ปัญหาผิวหลัก 4 ปัญหา

https://www.facebook.com/pg/siwsecret/photos/?tab=album&album_id=879029035783988

โฆษณา

21 พฤติกรรมเปลี่ยนผิว | พฤติกรรมที่ 2 | งดกินของ 10 อย่าง

อาหาร คือ ธาตุดิน
ร่างกาย คือ ธาตุดิน

จะเปลี่ยนร่างกายได้สำเร็จ
ก็ต้องเปลี่ยนอาหารที่กิน
เป็นตรรกะง่าย ๆ 
ที่ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันก่อน

INPUT = OUTPUT
สิ่งที่เอาเข้า = ผลลัพธ์

ACTION = REACTION
การกระทำ = ปฏิกิริยา

กฎของการเปลี่ยนผิว มีเพียงเท่านี้เองค่ะ

และลองคิดดูง่าย ๆ ว่า
เมื่ออาหารที่กินกลายมาเป็นตัวเรา
ในแต่ละวันเราได้กินเข้าไปเท่าไหร่?
และคูณจำนวนปีที่กินแบบนั้นมา

ผลลัพธ์ = ร่างกายและจิตใจในปัจจุบัน

ที่อาหารเกี่ยวกับจิตใจด้วย
เพราะอาหารมีพลังงานบวก กลาง ลบ
ที่กระทบธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ในตัว 
และกระทบกับจิตใจเช่นกันค่ะ

ดังนั้น กฎที่สำคัญก็คือ มีสติก่อนกินเสมอ
ถ้าอาหารเข้าข่าย 9 อย่างนี้ ถือว่า
“ห้ามเด็ดขาด” หากต้องการให้สิวหายเร็วค่ะ

แต่ถ้าจะกิน ก็ไม่สามารถห้ามได้ค่ะ
แต่ต้องยอมรับว่า “ผิวจะใสช้าลง”
ถ้ารับได้ ก็จัดเลยค่ะ 🙂
แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่มานั่งเครียดทีหลัง
เพราะความเครียดทีหลังทำให้เกิดสิวเพิ่มสมทบไปอีก

1. เบเกอรี่ 
2. นมวัว ชีส โยเกิร์ต ทุกสิ่งที่ทำมาจากนมวัว
3. ไขมันทรานส์ (ตอนนี้ผิดกฎหมายไปแล้ว)
4. ของที่มีรสเค็มจัด เผ็ดจัด 
5. เส้นแปรรูปจากข้าวและธัญพืช (เช่น พาสต้า มักโรนี ขนมจีน)
6. ของที่อาจมีพยาธิปนเปื้อน (ผักผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด และเนื้อสัตว์ที่ไม่สุก หรือ บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง)
7. เนื้อสัตว์ทุกชนิด (ยกเว้นปลา)
8. เหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์ ทุกประเภท
9. น้ำตาลในอาหารที่ลงท้ายด้วย โ-ส ไซรัป และผลไม้หวานมาก

สำหรับรายละเอียดของอาหารแต่ละข้อ
แนะนำให้ฟังในคลิปที่เคยอัพเดทไว้ใน YouTube นะคะ

#คุยให้ฟัง “อาหารก่อสิว 10 อย่าง” มีอะไรบ้าง?
https://youtu.be/4o4T2dyHYXs

(แต่ชา กาแฟ ที่เคยพูดถึงในคลิป สามารถทานได้แล้วนะคะ แต่แนะนำวิธีทานไว้ในหนังสืออาหารเปลี่ยนสิวฉบับปรับปรุงแล้วค่ะ)

สำหรับใครที่สนใจวิธีการกินเพื่อให้สิวหาย หน้าใส อย่างละเอียด บีมได้เขียนไว้ให้ในนี้ทั้งหมดแล้วนะคะ เป็น E-Book ชื่อว่า #อาหารเปลี่ยนสิว ค่ะ http://bit.ly/foodchangeacne

ส่วนตัวบีมแล้ว อาหารกลุ่มนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน กินแล้วจะมีสิวขับพิษเด้งขึ้นเร็วมาก ๆ แต่ปัจจุบันนี้ พอรู้หลักกินอาหารหักล้างกันเพื่อปรับสมดุล และระบบย่อยแข็งแรง ลำไส้แข็งแรง ทุกอย่างแข็งแรงแล้ว ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรแล้วค่ะ ยกเว้นไปบุกหนักจริง ๆ แต่ก็แทบจะไม่เกิดขึ้น เพราะเลือกที่จะไม่กินมากกว่าค่ะ (ยกเว้นเจอจังหวะหิวโซและตรงนั้นมันไม่มีอะไรจริง ๆ ก็จัดไปค่ะ แต่ไม่เครียด เพราะส่วนตัวแล้วแก้เองได้หมด ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาค่ะ)

21 พฤติกรรมเปลี่ยนผิว | พฤติกรรมที่ 1 | ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ทุกคนรู้อยู่แล้วตั้งแต่ชั้นประถมค่ะว่า ในร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 75% และต้องดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว แต่ทำไมเราจึงยังมีปัญหาสิวและผิวอยู่ ถ้าเราได้ปฏิบัติถูกต้องจริง?

ที่ต้องหยิบข้อนี้มาก่อนเป็นพฤติกรรมแรก เพราะ ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ “ผิวกลับมาแข็งแรงและสิวหายเร็ว” ค่ะ จึงต้องทำข้อนี้เป็นพื้นฐานให้ได้ก่อนเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นครีมหรือการเปลี่ยนอาหาร และเป็นข้อที่ทำได้ง่ายที่สุด และได้ผลลัพธ์ชัดเจนและเร็วที่สุดด้วยค่ะ

หลายคนถึงกับ “ว้าว” เมื่อได้ทดลองทำและรู้ว่า ที่จริงแล้ว ตัวเองแค่มีปัญหา “ขาดน้ำที่เพียงพอ” มาโดยตลอดนั่นเอง เหมือนแค่เอา “เส้นผมบังภูเขา” ออก!

วิธีการดื่มน้ำที่ถูกต้องนั้น คือ ดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสารเจือปน และงดเครื่องดื่มอื่นทั้งหมดไปก่อน เพราะ รสชาติหรือสารปนเปื้อนของของเหลวที่ไม่ใช่น้ำ จะสามารถ “กระทบ” ต่อธาตุทำให้ร่างกายไม่ได้กลับเข้าสู่สมดุลแท้จริงเสียทีค่ะ

ส่วนปริมาณการดื่มและวิธีดื่มน้ำ ก็ต้องทำให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน ซึ่งบีมก็ปฏิบัติวิธีนี้มาตลอดเลยค่ะ อาจไม่ได้เป๊ะตลอดโดยถ้าติดช่วงเดินทางหรือไม่สะดวกจริง ๆ แต่จะต้องไม่ขาดน้ำ โดยสังเกตง่าย ๆ ที่ริมฝีปาก จะต้องไม่แห้ง แตก และเป็นขุยค่ะ

ปริมาณการดื่มน้ำ จะอยู่ในช่วง 1.5 – 3 ลิตร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว นับเริ่มต้นที่ 45 กก. ซึ่งไม่มีสูตรตายตัว ให้สังเกตเองว่า ดื่มปริมาณเท่านี้ แล้วร่างกายดีไหม แข็งแรงไหม และแต่ละวันอาจต้องการปริมาณน้ำต่างกันด้วยค่ะ แต่ไม่ควรเกินกว่านี้ #เคล็ดลับสำคัญคือดูที่ริมฝีปาก บีมใช้มาตลอดและเวิร์คมากค่ะ ถ้าน้ำพอ ปากจะนุ่ม

วิธีดื่มน้ำรักษาโรคฉบับหมอแดง ดิอโรคยา

  • หลังตื่นนอนตอนเช้าควรจะดื่มน้ำอุ่น หรือ น้ำที่อุณหภูมิห้อง 1-3 แก้ว (ค่อยๆดื่ม) เพราะร่างกายขาดน้ำ และ เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่าย
  • ระหว่างวันควรดื่มน้ำบ่อยๆ ครั้งละ น้อยๆ ค่อยค่อยดื่ม (ครั้งละไม่เกิน 3 อึก)
  • ถ้าดื่มน้ำแล้วแปบเดียวปวดฉี่ ฉี่สีใสปริมาณมาก แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำพอแล้วให้พักก่อนแล้วค่อยดื่มใหม่
  • สำหรับบางท่านที่รู้สึกปากคอแห้ง พยายามดื่มน้ำมากก็แล้วแต่ก็ฉี่ออกมาสีใสๆ ดื่มยังไงก็ไม่หายกระหายน้ำ กรณีนี้จากประสบการ์ณของผม เป็นความผิดปรกติของธาตุลมและไฟ ต้องแก้ที่สาเหตุถึงจะหาย
  • ไม่ควรรอให้หิวน้ำมากแล้วดื่มทีละเยอะๆ เพราะ การดื่มน้ำทีละมากๆร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมน้ำได้ทัน
  • ควรจะดื่มน้ำอุ่น หรือ น้ำที่อุณหภูมิห้อง (ไม่ควรดื่มน้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำอัดลม น้ำหวาน)
  • ถ้ามีภาวะร้อนเกินแล้วดื่มน้ำอุ่นแล้วไม่สบายตัวให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิห้องแทน
  • 30 นาทีก่อนอาหาร ระหว่างทานอาหาร และหลังทานอาหาร 30 นาที ทั้ง 3 เวลานี้ ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไป

หมายเหตุ
รวมถึงน้ำผักผลไม้ น้ำแกง น้ำข้าวกล้อง น้ำอัดลม ๆลๆ ด้วยนะครับ

อ้างอิง
1.วีระชัย วาสิกดิลก (หมอแดง ดิอโรคยา), หมอนัท วาสิกดิลก เรียบเรียง, คนไทยต้องไม่ป่วย

2.วีระชัย วาสิกดิลก (หมอแดง ดิอโรคยา),หมอนัท วาสิกดิลก เรียบเรียง,ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น 2

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซท์ http://bit.ly/DrinkWaterDrDang

ทำให้ได้ทุกวันนะคะ เรื่องนี้สำคัญที่สุด ถ้าทำได้ทุกวันและสม่ำเสมอ ก็จะเห็นผลเรื่องสุขภาพและผิวได้เร็วอย่างน่าประหลาดใจค่ะ

สิว ผิว ตับ ดีท็อกซ์ เข้าใจได้ครบในบทความนี้

#กระบวนการกำจัดพิษ2ขั้นตอนของตับ
#ถ้าทำไม่ได้สมบูรณ์พิษจะสะสมในตับและร่างกาย
#เป็นอีกสาเหตุหลักของการเป็นสิว

บทความนี้จะอธิบายกระบวนการ “ล้างพิษ” ของตับให้เข้าใจง่าย ๆ และแนะนำวิธีที่จะฟื้นฟูพลังตับให้กลับมามีสุขภาพดี เพื่อให้เขาสามารถล้างพิษได้ด้วยตัวเขาเองค่ะ

อธิบายจากภาพประกอบนี้นะคะ

พิษมี 2 รูปแบบคือ

1) พิษจากภายใน คือ ของเสียจากกระบวนการหายใจหรือเผาผลาญพลังงานของเซลล์ (metabolism) ตามปกติ และเป็นแบคทีเรียชนิดไม่ดีที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว (ถ้าตัวที่ดีมีเยอะกว่า ก็จะยังแข็งแรงค่ะ)

2) พิษจากภายนอก คือ จากสภาพแวดล้อมที่รับเข้าร่างกาย เช่น ยา สารเคมีทางการเกษตร สารกันเสีย สารปรุงแต่งอาหาร สารเคมีจากบ้านเรือน ของใช้ในบ้านเรือน แบคทีเรีย สารปนเปื้อน มลภาวะ ฯลฯ (บีมขอเพิ่มสารเคมีรุนแรงหรือเป็นพิษต่อร่างกายจากเครื่องสำอางด้วยนะคะ)

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล จะถูกนำมากำจัดที่ตับค่ะ

กระบวนการกำจัดพิษของตับจะมี 2 เฟส (ขั้นตอน) ซึ่งตับจะพยายามทำให้พิษที่ละลายในไขมัน (พิษชนิดนี้มีความร้ายแรงและสะสมในเซลล์ไขมันเราได้ยาวนาน) กลายเป็นพิษน้อยลงหรือหมดพิษและละลายในน้ำได้มากขึ้น เพื่อถูกกำจัดออกได้ง่ายขึ้น

เฟสที่ 1 – การทำให้เป็นพิษน้อยลงระดับหนึ่ง
เฟสที่ 2 – การกำจัดพิษทั้งหมดที่เกิดจากกระบวนการของเฟส 1 และพิษที่ยังคงตกค้างที่เฟส 1 จัดการไม่ได้ให้กลายเป็นพิษที่ละลายในน้ำ

ซึ่งในกระบวนการกำจัดพิษของตับนั้นต้องใช้เอ็นไซม์จำนวนมาก ประกอบกับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับแต่ละเฟสในปริมาณที่มากเพียงพอด้วยกับพิษร่างกายรับเข้ามาด้วย จึงจะสามารถเปลี่ยนพิษให้หมดพิษได้

เมื่อจบเฟส 2 ร่างกายก็จะขับพิษออกมาทางน้ำดี (ลงมาที่ลำไส้เล็กส่วนต้นเพื่อมารีไซเคิลเป็นน้ำย่อยไขมันแล้วถูกขับออกทางลำไส้เล็ก) ทางปัสสาวะ และทางเหงื่อนั่นเอง

ถ้าตับสามารถทำได้สมบูรณ์ และช่องทางระบายพิษไม่ติดขัดอะไร เลือดลมหมุนเวียนดี ก็จะไม่มีพิษตกค้างในตับ ในเลือด ในน้ำเหลือง ก็จะไม่ทำให้เป็นสิวหรือโรคผิวหนังนั่นเองค่ะ

สรุปให้เข้าใจเรื่องนี้กับเรื่องสิว

ในคนที่มีปัญหาสิว คือ กระบวนการ “แปรรูปพิษ” ของตับทั้งสองเฟสเกิดการ “ติดขัด” นั่นเองค่ะ ถ้าสังเกตดี ๆ ในกระบวนการนี้จะใช้สารอาหารค่อนข้างเยอะมาก และจำนวนเอ็นไซม์จำนวนมาก จะอยู่ในผักผลไม้สด อาหารสดที่ไม่ผ่านกระบวนการมากนัก

บีมรู้ข้อมูลนี้ประมาณ 10 ปีที่แล้ว จึงเข้าใจว่า ต้องเน้นผักผลไม้สดให้เยอะค่ะ กระบวนการกำจัดพิษตรงนี้ก็จะดีขึ้นได้ แต่มันก็ยังไม่ครบนะคะ บีมกินผักผลไม้สดเยอะมาก แต่มันก็ไม่ได้ผลถาวร

สิ่งสำคัญก็คือ การดูแลแบบองค์รวมค่ะ คือ ควรกินอาหารให้ครบถ้วน หลากหลาย แต่เน้นสัดส่วนผักผลไม้สดมากกว่าหมู่อื่น ๆ เท่านั้นเอง และกินให้ครบตามระดับพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ จะได้ไม่ผอมไป

เพราะในผักผลไม้สด มีเอ็นไซม์และสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการล้างพิษของตับเองจำนวนมาก

ซึ่งยังไม่นับเซลล์ตับที่เสียหายจากพิษที่สะสมในตับมาโดยตลอดนะคะ ที่ทำให้ตับทำงานผิดปกติไป ไม่สามารถกำจัดพิษได้เป็นปกติ

นอกจากนี้ การเป็นคนขี้หงุดหงิด โมโหง่าย ก็จะทำให้ตับได้รับศึกหนักจากอารมณ์กลุ่มโทสะ ทำให้พลังอัดอั้นในตับ ถ้าเป็นหนัก อาจเป็นกรดไหลย้อน สิวอักเสบบุกหนัก ตาแดงอักเสบไม่ทราบสาเหตุ และอาจทำให้ประจำเดือนขาดหรือปวดท้องประจำเดือนได้ค่ะ

และถ้าปล่อยให้ท้องผูกนาน ๆ ขับถ่ายไม่สุด หรือไม่ได้ท้องผูกแต่ไม่เคยล้างลำไส้มาก่อน มีอุจจาระกลิ่นแรง ผายลมมีกลิ่นแรง ก็จะมีพิษไหลเข้าสู่ตับโดยตรง (ลำไส้ใหญ่และตับมีเส้นเลือดใหญ่เชื่อมต่อกัน) และยังไม่นับเส้นลมปราณที่เชื่อมกันทั้งร่างกาย ซึ่งถ้าในลำไส้มีพิษมาก ก็แพร่กระจายไปที่ปอดและผิวหนังได้มากเช่นกัน

ดังนั้น…รู้อย่างนี้แล้ว ก็ต้องดูแลเรื่องอาหารกันมากขึ้นนะคะ

คำแนะนำโดยสรุปจากบีมเพื่อให้ตับมีพลังกลับมาก็คือ

1. นอนก่อน 4 ทุ่ม ตื่นไม่เกิน 6 โมง เพื่อไม่ให้ความร้อนในตับพุ่งสูง และทำให้ตับได้ใช้ช่วงที่เรานอนกำจัดพิษให้เราได้เต็มประสิทธิภาพ (ช่วงเวลาทำงานของตับคือ ตี 1 – ตี 3 ค่ะ)

2. ช่วยให้ลำไส้ขับถ่ายได้ก่อน 7 โมง ให้ได้มากที่สุด หรือออกจนหมดย่ิงดี (ไม่ให้มีพิษไหลย้อนกลับไปให้ตับต้องเคลียร์อีก)

3. กินของสีเขียว ดูสีเขียว ใช้สีเขียว ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น อยู่กับป่าเขา ทุ่งนา ทุ่งหญ้า สีเขียว ให้มาก ๆ เพราะสีเขียวเป็นสีบำรุงตับค่ะ

4. มีสติ รู้ทันอารมณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโกรธ ต้องฝึกเจริญเมตตาให้ได้ ตับจะมีพลังเย็นจากเมตตาหล่อเลี้ยง ฝึกสำนึกรู้คุณสิ่งต่าง ๆ จะทำให้โกรธน้อยลง

5. กินผักผลไม้สด ยิ่งปั่นยิ่งดีค่ะ จะได้กินเยอะ ๆ หน่อย ถ้ามีงบประมาณ จะมีเครื่องปั่นที่ไม่ทำลายเอ็นไซม์ของผักผลไม้ที่ปั่นด้วย แต่ถ้างบจำกัด ไม่เป็นไรค่ะ เน้นกินสด ๆ ไปเลย คั้นสดก็จะยังมีเอ็นไซม์เยอะอยู่ค่ะ ถ้าได้กินเนื้อด้วย จะได้ใยอาหารด้วย จะยิ่งดี แต่ต้องไม่งดกินอาหารอื่น ๆ นะคะ ควรกินตามปกติ แต่เน้นอาหารที่เรารู้ว่าทำสะอาด ใช้วัตถุดิบดี ไม่ใส่ผงชูรส (ถ้ากินนอกบ้าน) คือ ให้เราเน้นกินคลีน และเอาที่เราทำได้ทุกวันค่ะ จะได้ทำได้นาน ๆ นับ ๆ แล้วให้กินผักผลไม้สด รวมผักนึ่ง ผักลวก (จิ้มน้ำพริก) สัก 70% ของอาหารทั้งหมดที่กินวันนั้น ถือว่าใช้ได้ ถ้าอยากสิวหายเร็ว ก็ต้องกินในสัดส่วนสูงหน่อยค่ะ

6. อย่าลืมออกกำลังกายให้เลือดลมหมุนเวียนด้วยค่ะ ของเสียจากตับจะได้ออกมาได้ และสารอาหารใหม่ๆ จะได้เข้าไปเลี้ยงเซลล์ตับได้ค่ะ

ร่างกายซ่อมตัวเองได้ค่ะ
ถ้าเราให้สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ

ด้วยรัก
#บีมวรดาภา
#สิวซีเคร็ตมิติใหม่
#กำจัดสิวเรื้อรังด้วยสติและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

รวมภาพ Before ของบีม (2552 – 2561)
http://bit.ly/BeamBefore

รู้จักวิธี #รักษาสิว แนว #สิวซีเคร็ต 
http://bit.ly/SiwSecretWay

สารบัญ + รีวิว หนังสืออาหารเปลี่ยนสิว
http://bit.ly/foodchangeacne

แคตาล็อคสินค้า 
http://bit.ly/CatalogPicture

คู่มือวิธีแก้ปัญหาสิวเบื้องต้นและรายละเอียดผลิตภัณฑ์แบบเต็ม 
http://bit.ly/SCManualApr2019

รีวิวผลิตภัณฑ์และแนวทาง 
http://bit.ly/siwsecretreviews

โครงสร้างการบริหารงานสิวซีเคร็ต 
https://web.facebook.com/siwsecret/videos/449639889186533/