สิว ผิว ตับ ดีท็อกซ์ เข้าใจได้ครบในบทความนี้

Posted by

#กระบวนการกำจัดพิษ2ขั้นตอนของตับ
#ถ้าทำไม่ได้สมบูรณ์พิษจะสะสมในตับและร่างกาย
#เป็นอีกสาเหตุหลักของการเป็นสิว

บทความนี้จะอธิบายกระบวนการ “ล้างพิษ” ของตับให้เข้าใจง่าย ๆ และแนะนำวิธีที่จะฟื้นฟูพลังตับให้กลับมามีสุขภาพดี เพื่อให้เขาสามารถล้างพิษได้ด้วยตัวเขาเองค่ะ

อธิบายจากภาพประกอบนี้นะคะ

พิษมี 2 รูปแบบคือ

1) พิษจากภายใน คือ ของเสียจากกระบวนการหายใจหรือเผาผลาญพลังงานของเซลล์ (metabolism) ตามปกติ และเป็นแบคทีเรียชนิดไม่ดีที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว (ถ้าตัวที่ดีมีเยอะกว่า ก็จะยังแข็งแรงค่ะ)

2) พิษจากภายนอก คือ จากสภาพแวดล้อมที่รับเข้าร่างกาย เช่น ยา สารเคมีทางการเกษตร สารกันเสีย สารปรุงแต่งอาหาร สารเคมีจากบ้านเรือน ของใช้ในบ้านเรือน แบคทีเรีย สารปนเปื้อน มลภาวะ ฯลฯ (บีมขอเพิ่มสารเคมีรุนแรงหรือเป็นพิษต่อร่างกายจากเครื่องสำอางด้วยนะคะ)

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล จะถูกนำมากำจัดที่ตับค่ะ

กระบวนการกำจัดพิษของตับจะมี 2 เฟส (ขั้นตอน) ซึ่งตับจะพยายามทำให้พิษที่ละลายในไขมัน (พิษชนิดนี้มีความร้ายแรงและสะสมในเซลล์ไขมันเราได้ยาวนาน) กลายเป็นพิษน้อยลงหรือหมดพิษและละลายในน้ำได้มากขึ้น เพื่อถูกกำจัดออกได้ง่ายขึ้น

เฟสที่ 1 – การทำให้เป็นพิษน้อยลงระดับหนึ่ง
เฟสที่ 2 – การกำจัดพิษทั้งหมดที่เกิดจากกระบวนการของเฟส 1 และพิษที่ยังคงตกค้างที่เฟส 1 จัดการไม่ได้ให้กลายเป็นพิษที่ละลายในน้ำ

ซึ่งในกระบวนการกำจัดพิษของตับนั้นต้องใช้เอ็นไซม์จำนวนมาก ประกอบกับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับแต่ละเฟสในปริมาณที่มากเพียงพอด้วยกับพิษร่างกายรับเข้ามาด้วย จึงจะสามารถเปลี่ยนพิษให้หมดพิษได้

เมื่อจบเฟส 2 ร่างกายก็จะขับพิษออกมาทางน้ำดี (ลงมาที่ลำไส้เล็กส่วนต้นเพื่อมารีไซเคิลเป็นน้ำย่อยไขมันแล้วถูกขับออกทางลำไส้เล็ก) ทางปัสสาวะ และทางเหงื่อนั่นเอง

ถ้าตับสามารถทำได้สมบูรณ์ และช่องทางระบายพิษไม่ติดขัดอะไร เลือดลมหมุนเวียนดี ก็จะไม่มีพิษตกค้างในตับ ในเลือด ในน้ำเหลือง ก็จะไม่ทำให้เป็นสิวหรือโรคผิวหนังนั่นเองค่ะ

สรุปให้เข้าใจเรื่องนี้กับเรื่องสิว

ในคนที่มีปัญหาสิว คือ กระบวนการ “แปรรูปพิษ” ของตับทั้งสองเฟสเกิดการ “ติดขัด” นั่นเองค่ะ ถ้าสังเกตดี ๆ ในกระบวนการนี้จะใช้สารอาหารค่อนข้างเยอะมาก และจำนวนเอ็นไซม์จำนวนมาก จะอยู่ในผักผลไม้สด อาหารสดที่ไม่ผ่านกระบวนการมากนัก

บีมรู้ข้อมูลนี้ประมาณ 10 ปีที่แล้ว จึงเข้าใจว่า ต้องเน้นผักผลไม้สดให้เยอะค่ะ กระบวนการกำจัดพิษตรงนี้ก็จะดีขึ้นได้ แต่มันก็ยังไม่ครบนะคะ บีมกินผักผลไม้สดเยอะมาก แต่มันก็ไม่ได้ผลถาวร

สิ่งสำคัญก็คือ การดูแลแบบองค์รวมค่ะ คือ ควรกินอาหารให้ครบถ้วน หลากหลาย แต่เน้นสัดส่วนผักผลไม้สดมากกว่าหมู่อื่น ๆ เท่านั้นเอง และกินให้ครบตามระดับพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ จะได้ไม่ผอมไป

เพราะในผักผลไม้สด มีเอ็นไซม์และสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการล้างพิษของตับเองจำนวนมาก

ซึ่งยังไม่นับเซลล์ตับที่เสียหายจากพิษที่สะสมในตับมาโดยตลอดนะคะ ที่ทำให้ตับทำงานผิดปกติไป ไม่สามารถกำจัดพิษได้เป็นปกติ

นอกจากนี้ การเป็นคนขี้หงุดหงิด โมโหง่าย ก็จะทำให้ตับได้รับศึกหนักจากอารมณ์กลุ่มโทสะ ทำให้พลังอัดอั้นในตับ ถ้าเป็นหนัก อาจเป็นกรดไหลย้อน สิวอักเสบบุกหนัก ตาแดงอักเสบไม่ทราบสาเหตุ และอาจทำให้ประจำเดือนขาดหรือปวดท้องประจำเดือนได้ค่ะ

และถ้าปล่อยให้ท้องผูกนาน ๆ ขับถ่ายไม่สุด หรือไม่ได้ท้องผูกแต่ไม่เคยล้างลำไส้มาก่อน มีอุจจาระกลิ่นแรง ผายลมมีกลิ่นแรง ก็จะมีพิษไหลเข้าสู่ตับโดยตรง (ลำไส้ใหญ่และตับมีเส้นเลือดใหญ่เชื่อมต่อกัน) และยังไม่นับเส้นลมปราณที่เชื่อมกันทั้งร่างกาย ซึ่งถ้าในลำไส้มีพิษมาก ก็แพร่กระจายไปที่ปอดและผิวหนังได้มากเช่นกัน

ดังนั้น…รู้อย่างนี้แล้ว ก็ต้องดูแลเรื่องอาหารกันมากขึ้นนะคะ

คำแนะนำโดยสรุปจากบีมเพื่อให้ตับมีพลังกลับมาก็คือ

1. นอนก่อน 4 ทุ่ม ตื่นไม่เกิน 6 โมง เพื่อไม่ให้ความร้อนในตับพุ่งสูง และทำให้ตับได้ใช้ช่วงที่เรานอนกำจัดพิษให้เราได้เต็มประสิทธิภาพ (ช่วงเวลาทำงานของตับคือ ตี 1 – ตี 3 ค่ะ)

2. ช่วยให้ลำไส้ขับถ่ายได้ก่อน 7 โมง ให้ได้มากที่สุด หรือออกจนหมดย่ิงดี (ไม่ให้มีพิษไหลย้อนกลับไปให้ตับต้องเคลียร์อีก)

3. กินของสีเขียว ดูสีเขียว ใช้สีเขียว ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น อยู่กับป่าเขา ทุ่งนา ทุ่งหญ้า สีเขียว ให้มาก ๆ เพราะสีเขียวเป็นสีบำรุงตับค่ะ

4. มีสติ รู้ทันอารมณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโกรธ ต้องฝึกเจริญเมตตาให้ได้ ตับจะมีพลังเย็นจากเมตตาหล่อเลี้ยง ฝึกสำนึกรู้คุณสิ่งต่าง ๆ จะทำให้โกรธน้อยลง

5. กินผักผลไม้สด ยิ่งปั่นยิ่งดีค่ะ จะได้กินเยอะ ๆ หน่อย ถ้ามีงบประมาณ จะมีเครื่องปั่นที่ไม่ทำลายเอ็นไซม์ของผักผลไม้ที่ปั่นด้วย แต่ถ้างบจำกัด ไม่เป็นไรค่ะ เน้นกินสด ๆ ไปเลย คั้นสดก็จะยังมีเอ็นไซม์เยอะอยู่ค่ะ ถ้าได้กินเนื้อด้วย จะได้ใยอาหารด้วย จะยิ่งดี แต่ต้องไม่งดกินอาหารอื่น ๆ นะคะ ควรกินตามปกติ แต่เน้นอาหารที่เรารู้ว่าทำสะอาด ใช้วัตถุดิบดี ไม่ใส่ผงชูรส (ถ้ากินนอกบ้าน) คือ ให้เราเน้นกินคลีน และเอาที่เราทำได้ทุกวันค่ะ จะได้ทำได้นาน ๆ นับ ๆ แล้วให้กินผักผลไม้สด รวมผักนึ่ง ผักลวก (จิ้มน้ำพริก) สัก 70% ของอาหารทั้งหมดที่กินวันนั้น ถือว่าใช้ได้ ถ้าอยากสิวหายเร็ว ก็ต้องกินในสัดส่วนสูงหน่อยค่ะ

6. อย่าลืมออกกำลังกายให้เลือดลมหมุนเวียนด้วยค่ะ ของเสียจากตับจะได้ออกมาได้ และสารอาหารใหม่ๆ จะได้เข้าไปเลี้ยงเซลล์ตับได้ค่ะ

ร่างกายซ่อมตัวเองได้ค่ะ
ถ้าเราให้สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ

ด้วยรัก
#บีมวรดาภา
#สิวซีเคร็ตมิติใหม่
#กำจัดสิวเรื้อรังด้วยสติและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

รวมภาพ Before ของบีม (2552 – 2561)
http://bit.ly/BeamBefore

รู้จักวิธี #รักษาสิว แนว #สิวซีเคร็ต 
http://bit.ly/SiwSecretWay

สารบัญ + รีวิว หนังสืออาหารเปลี่ยนสิว
http://bit.ly/foodchangeacne

แคตาล็อคสินค้า 
http://bit.ly/CatalogPicture

คู่มือวิธีแก้ปัญหาสิวเบื้องต้นและรายละเอียดผลิตภัณฑ์แบบเต็ม 
http://bit.ly/SCManualApr2019

รีวิวผลิตภัณฑ์และแนวทาง 
http://bit.ly/siwsecretreviews

โครงสร้างการบริหารงานสิวซีเคร็ต 
https://web.facebook.com/siwsecret/videos/449639889186533/

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.