รีวิว : รวมศาสตร์ภูมิปัญญาไทยด้านสุขภาพ ได้ร่างใหม่ใน 1 วัน! แกะเส้น ปั้นหน้าเด็ก สะกิดเส้น เดรนน้ำเหลือง ตอกเส้น จัดกระดูก เป็นอย่างไร มาอ่านกันค่ะ :)

Posted by
ซ้ายไปขวา : ครูเก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง Universal Laughter Ambassador ครูบอล พรประเสริฐ​ ชวนะไพศาล อดีตเชฟในอเมริกา ที่ผันตัวมาศึกษาศาสตร์บำบัดด้านภูมิปัญญา​ไทย ตอกเส้น จัดกระดูก การปรับโครงสร้างร่างกาย และแกะเส้นปั้นหน้า

เมื่อวานนี้ บีมได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านคีตา ของครูเก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง คุณครูที่พลิกชีวิตบีม รอบนี้ไปตามนัดที่นัดครูเก๋ไว้ค่ะ ปกติแล้ว ถ้าเรื่องความงาม บีมเองไม่ค่อยมีอินเนอร์เท่าไหร่ คือ รู้สึกว่าพอใจกับรูปร่างหน้าตาตัวเองอยู่แล้วค่ะ หน้าก็เรียวแล้ว ผิวก็แข็งแรง ไม่ต้องไปทำพวกนี้ก็ได้ แต่…ถ้าเป็นครูเก๋ มันต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่นอนค่ะ มันต้องมีอะไรพิเศษ ๆ แน่ ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร จนกระทั่งตอนที่เห็นรีวิวเคสที่ครูเก๋อัพเดทมาให้ทางส่วนตัวซึ่งเคสนี้ พอทำแล้วได้ผลทางด้านบำบัดอารมณ์ตกค้างภายในด้วยเหมือนเทคนิคที่บีมเคยได้ทำกับครูเก๋เลยค่ะ ก็เลยรู้สึกว่าน่าสนใจดี และมองเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะไปเรียนรู้เพิ่มเติม เผื่อมันจะเป็นศาสตร์ที่ช่วยคนที่กำลังมีปัญหาสิวที่เป็นแฟนหลักของบีมได้ค่ะ

ศาสตร์ที่ครูเก๋ไปเรียนมา คือ “แกะเส้นปั้นหน้าเด็ก” กับ ครูเปิ้ล ดร.อัลิปรียา ปานแดง ผู้คิดค้นศาสตร์แกะเส้นปั้นหน้าเด็กเจ้าแรกของโลก ผู้ก่อตั้งสถาบันหัตถดาบส และเป็นด็อกเตอร์กิตติมศักดิ์​ด้านแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย ซึ่งมีประวัติเคยเก็บขยะมาทานและเคยนอนศาลาวัดมาก่อน … บีมได้รู้ข้อมูลนี้และการบอกเล่าส่วนตัวจากครูเก๋ บีมยิ่งรู้สึกว่า มันไม่ใช่ธรรมดาละที่สองท่านนี้มาพบกัน บีมมั่นใจว่ามันจะต้องช่วยคนได้แน่นอนค่ะ อย่างน้อยก็แฟน ๆ ที่ติดตามบีมนี่แหละ

ห้องบำบัด 17 องศาเหนือ

ห้องที่บีมมาทำมีชื่อเรียกว่า “ห้อง 17 องศาเหนือ” เกิดจากเพื่อนของครูเก๋ เป็นซินแสผู้เชี่ยวชาญ ได้วัดค่าองศาของห้องนี้ให้ ตกอยู่ในองศาที่ 17 ซึ่งมีพลังงานในด้านการบำบัดตามธรรมชาติ โดยที่ครูเก๋เองก็ไม่ทราบมาก่อนค่ะ จึงทำให้การบำบัดและกิจกรรมที่เกิดขึ้นที่นี่ทุกสิ่งมีพลังในการฟื้นฟูชีวิตของคนคนหนึ่งได้จริง ๆ ดังรีวิวที่ทุกท่านได้เห็นในเพจของครูเก๋และอีกมากมายที่เป็นรีวิวส่วนตัวที่ขอสงวนสิทธิ์เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัวค่ะ ดูรีวิวผู้เข้ารับการบำบัดได้ที่เพจนี้ค่ะ https://www.facebook.com/miraclesofkay/

ก่อนหน้านี้ ห้องนี้เป็นห้องรับแขกของบ้านที่เชียงรายของครูเก๋ แต่พอตอนที่ครูเก๋ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน ทิ้งความก้าวหน้าในหน้าที่ชนิดดาวรุ่งพุ่งแรงสูงสุดกับบทบาท General Manager ที่ได้รับมอบหมายงานสำคัญมากมายของ Central Group ในตอนนั้นทั้งหมด ซึ่งเป็นการตัดสินใจตามเสียงในหัวใจและกลับมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่เชียงรายซึ่งเป็นบ้านเกิด 3 ปีที่ผ่านมา และมาปรับเปลี่ยนห้องนี้เป็นห้องทำกิจกรรมของครูเก๋ในบทบาทนักบำบัดของครูเก๋ที่ได้ช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตให้ผู้คนทุกระดับตั้งแต่รากหญ้าไปจนถึงเซเลปและมหาเศรษฐีมากมายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมพลนักบำบัดมือทองจากทั้งในไทยและทั่วโลกที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสายค่ะ ทำให้ห้องนี้มีพลังงานที่ดีมากเป็นพิเศษ ที่ทุกครั้งที่บีมได้มา ก็ได้รับการฟื้นฟูเยียวยาให้กลับไปมีพลังดำเนินชีวิตต่อได้ทุกครั้งเลยจริง ๆ และไม่ใช่แค่บีม…แต่คือ “ทุกคน” ที่เข้าใจและเปิดรับการบำบัดของครูเก๋เกิน 100% ค่ะ

ครูบอล อาจารย์ของครูเก๋ กำลังแนะนำครูเก๋เรื่องการลงนิ้ว น้ำหนัก และการหาเส้นที่ถูกต้องค่ะ

การแกะเส้น

น้ำมันสำหรับแกะเส้นปั้นหน้าเด็ก by ครูเปิ้ล หัตถดาบส

เราเริ่มต้นด้วยการแกะเส้นก่อนค่ะ ต้องล้างหน้าให้สะอาดแล้วเริ่มลงน้ำมันเฉพาะที่ทางครูเปิ้ล หัตถดาบสจัดมาให้ค่ะ ซึ่งครูบอลบอกว่า สูตรของแต่ละที่ก็จะปรุงแตกต่างกัน แล้วเราเริ่มจากการทำที่บริเวณลำคอก่อน เพราะการที่จะปั้นหน้าให้เด็กได้นั้น จำเป็นต้องคลายเส้นบริเวณ คอ บ่า ไหล่ ก่อน ตรงนี้จะมี 3 เส้นค่ะ ใน กลาง นอก ลักษณะของการจัดท่าของนิ้ว การล็อคนิ้ว ลงน้ำหนักนิ้วและการเคลื่อนของนิ้วจะแตกต่างกับการนวดกดจุดทั่วไปนะคะ (ซึ่งบีมเองก็ผ่านมือหมอนวดมาหลายรูปแบบและหมอนวดเก่ง ๆ มาค่ะ จึงรู้ว่ามันแตกต่างกัน) มันเป็นการลงให้ตรงจุดของเส้น ล็อคตามแนวที่ครูเปิ้ลคิดมา แล้วเคลื่อนนิ้วเบา ๆ แต่โดนค่ะ ทางผู้ทำก็ไม่ได้ออกแรงเยอะ ทางเราก็ได้รับการคลายเส้นอย่างถูกวิธี ซึ่งผิวจะไม่ถูกเสียดสีและจะไม่ช้ำค่ะ ตรงนี้ปรบมือให้รัว ๆ

การแกะ ก็ต้องแกะทั้งซ้ายและขวาค่ะ พอทำเสร็จแล้ว เส้นจะคลาย เราจะรู้สึกผ่อนคลายระดับหนึ่งเลยทีเดียว

จากนั้น ก็จะขยับขึ้นมาแกะเส้นที่หน้าค่ะ

ครูบอลกำลังแกะเส้นที่หน้าให้ครูเก๋ดูเป็นตัวอย่างค่ะ บีมมีหน้าที่ฟินอย่างเดียว 🙂

การแกะเส้นที่ใบหน้า ก็จะมีแนวเส้น ซึ่งทางครูเปิ้ลก็จะมีคู่มือสอนนักเรียนทุกคน ก็จะไล่จากส่วนล่างของใบหน้า เฉพาะส่วนล่างก็มี 3 เส้นแล้วค่ะ ก็ค่อย ๆ ไล่ขึ้นไปถึงหน้าผาก ในแต่ละขั้นของการแกะเส้นที่ใบหน้า ยิ่งทำ ยิ่งผ่อนคลาย รู้สึกอยากนอนเพิ่มขึ้น ๆ

ตอนที่ได้รับการแกะเส้น จุดที่บีมเจ็บก็จะได้รับการคลายออกด้วยเทคนิคเฉพาะของที่นี่ค่ะ ใครที่เคยกดนวดหน้าตัวเองหรือทำกัวซา จะรู้ว่า เวลาที่ขูด ๆ จะมีจุดที่เจ็บ จุดนั้นคือจุดที่กล้ามเนื้อหน้าเครียดและดึงรั้งค่ะ เป็นอีกสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัยและทำให้หน้าดูตอบ เพราะกล้ามเนื้อเครียดและรั้งไปหมด และเป็นสาเหตุของรูขุมขนที่ดูกว้าง ผิวที่ขาดน้ำ และซ่อมแซมตัวเองได้ช้าด้วยค่ะ เพราะ เลือดลมไปเลี้ยงไม่ค่อยดีจากภาวะหดเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้านั่นเอง

ยังไม่พอค่ะ พอแกะเส้นเสร็จ ครูบอลได้ “เดรนน้ำเหลือง”​ ให้บีมเพิ่มอีก บีมนี้ดีใจมาก รู้สึกโชคดีมาก ๆ ค่ะ คือ ต้องบอกก่อนว่า โชคดีมากที่มีโอกาสได้มาพบครูบอล อาจารย์ของพี่เก๋วันนี้โดยไม่ได้นัดหมายเลยค่ะ บีมมาคิดว่าจะมาเรียนรู้กับครูเก๋ 2 ชั่วโมง คือ 10.00 – 12.00 น. เท่านั้นเอง แต่พอดีครูบอลมาพบครูเก๋เมื่อวานพอดีเหมือนกัน บีมเลยได้รับการดูแลจากครูบอลด้วยเลยค่ะ เรียกว่า ได้รับการจัดเต็มมาก ๆ เป็นโชคดีอย่างหาที่สุดไม่ได้ค่ะ 🙂

การเดรนน้ำเหลือง คือ การไล่น้ำเหลืองเสียที่ตกค้างออกจากใบหน้าไปค่ะ ซึ่งการที่มีน้ำเหลืองตกค้าง ก็เหมือนมีน้ำและขยะตกค้างที่ใบหน้านั่นเอง น้ำเหลืองนั้นปกติจะช่วยกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม แต่ถ้าไม่มีการหมุนเวียน ตกค้าง หรือหมุนเวียนช้า ก็จะทำให้พิษสะสมในบริเวณที่ตกค้างได้ค่ะ ส่งผลให้สุขภาพผิวบริเวณนั้นแย่ลง ซึ่งพบว่าในปัจจุบันนี้ ผู้คนมีภาวะน้ำเหลืองตกค้างมากขึ้นจากภาวะความเครียดค่ะ สำหรับตัวบีมเองก็เครียดก่อนมาระดับสูงมาก หน้าหมองอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนมาบอกตอนหน้าใสหลังทำแล้วว่า ก่อนทำเหมือนโดนของ 55+ บีมก็รู้สึกแบบนั้นล่ะค่ะ (แต่ไม่ได้โดนของหรอกค่ะ เขาเปรียบเทียบเฉย ๆ คือมันหมองจนเห็นได้ชัด)

มาต่อกันค่ะ พอเส้นคลายออก ผิวก็จะฟูขึ้นมาโดยอัตโนมัติเลยค่ะ แบบดูหน้าอิ่ม ดูเต็ม อันนี้ประทับใจมาก ๆ เดี๋ยวมีรูป Before-After ให้ดูค่ะ อ่านตามมาก่อนนะคะ

ครูบอลกำลัง “สะกิดเส้น” ทั่วใบหน้าให้บีมค่ะ

สะกิดเส้น

การสะกิดเส้น จะเป็นการใช้แผ่นกัวซาด้านที่เป็นหัวมุมมน ๆ ที่เล็กกว่าอีกข้างในการลงน้ำหนักแบบสะกิดเส้นทั่วใบหน้า (ทั่วใบหน้าจริง ๆ เป็นงานละเอียดมาก ๆ แต่ก็ไม่ใช้เวลานานเกินไปค่ะ) ไล่ตั้งแต่ล่างถึงบนค่ะ การสะกิดเส้นนี้จะรู้สึกเจ็บนิด ๆ นะคะ แต่มันจะลงไปถึงกล้ามเนื้อชั้นในหนังแท้ ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ คอลลาเจนและอีลาสตินได้ดีค่ะ ทำแล้ว บอกลาโบท็อกซ์ ร้อยไหม ฟิลเลอร์ ไปเลย เพราะพอทำแล้ว ผิวจะฟู ดูอิ่มขึ้นมาเองตามธรรมชาติค่ะ และการฉีดโบ ร้อย ฟิล จะทำให้กล้ามเนื้อผิวหน้าอ่อนแอลงด้วยค่ะ

ก่อนและหลังทำ แกะเส้น ปั้นหน้า เดรนน้ำเหลือง สะกิดเส้น

สิ่งที่บีมรู้สึกได้หลังทำเลยก็คือ

  1. ผ่อนคลายมาก หายเครียดเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ อะไรที่เครียด ๆ มา (ซึ่งจัดว่าหนักมาก) มันลืมไปหมดเลย จำไม่ได้แล้ว ประทับใจอันนี้มาก ๆ ค่ะ ดูจากหน้า Before ก็คงรู้
  2. ก่อนที่จะเห็นรูป After บีมลองจับหน้าตัวเองดูก่อนค่ะ มันจะได้เป็นความรู้สึกจริง ๆ ก่อน หน้านุ่มและฟูมาก ๆ ค่ะ และจุดที่เจ็บ ๆ บนหน้าไม่มีเลย มันเบาไปหมด หลุดหมดจริง ๆ
  3. พอมาเห็นภาพ After สิ่งที่เห็นได้ชัด ก็คือ ร่องมุมปากหายไป หน้าตึงกระชับ ดวงตาสดใสมาก ๆ ผิวอมชมพู ผิวตึง ผิวดูสุขภาพดีขึ้นทันที

คะแนนที่ให้คือ 10/10 เลยค่า ชอบมาก ๆ

เป็นสิวอยู่จะทำได้ไหม?

จากที่บีมได้ทดลองทำประกอบกับข้อมูลที่ได้รับจากครูบอล บีมสรุปให้แบบนี้นะคะ

  1. ผิวที่กำลังเป็นสิวอักเสบ สิวหัวช้าง ผิวอักเสบ แพ้ ระคายเคือง คืออยู่ในสภาพอักเสบ อ่อนแอและติดเชื้อทั้งปวง ไม่ควรทำค่ะ
  2. ผิวที่กำลังเป็นสิวอุดตันหัวดำ หัวขาว ไม่ใช่สิวอักเสบและสภาพผิวแข็งแรงดี สามารถทำได้ค่ะ
  3. สำหรับผิวที่เป็นสิวอุดตันใต้ผิว จับแล้วหน้าไม่เรียบ แต่ไม่มีสิวโผล่ออกมา ควรรักษาให้หายก่อน แล้วค่อยทำค่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นการอักเสบ

มาจัดการร่างกายกันบ้าง

จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะมาทำสิ่งนี้ เพราะ ไม่คาดคิดว่าจะพบครูบอล และ ไม่คิดว่าตัวเองมีความผิดปกติค่ะ แต่…ขณะที่บีมกำลังทำหน้ากับครูเก๋อยู่นั้น ด้วยสัญชาตญาณที่ต้องการช่วยเหลือคนของครูบอล ก็สังเกตเห็น “หัวเข่าและเท้าที่ดูผิดปกติของบีม” แล้วก็ครูบอลก็เริ่มซักถามอาการเบื้องต้น และ เช็ค ๆ ที่หัวเข่า ก็พบอาการผิดปกติค่ะ ครูบอลจึงตัดสินใจปรับโครงสร้างร่างกายให้เลย

บีมมีปัญหาหลักคือ กระดูกที่ก้นและสะโพกไม่เท่ากัน (ข้างหนึ่งสูงกว่าอีกข้างค่ะ) ซึ่งจะทำให้บีมมีปัญหาเรื่องความไม่สมดุลของร่างกาย การนั่ง ยืน เดิน นอน จะรู้สึกไม่สมดุลไปหมด มันส่งผลต่อการใช้ชีวิตที่ขาดความสมดุลด้วย

ซึ่งครั้งก่อนที่ไปพบครูนิน โยคะ ก็ได้รับการตรวจเช็คเหมือนกันค่ะ ซ้ายขวาไม่เท่ากัน พอครั้งนี้ครูบอลเช็คแล้วก็บอกเหมือนกัน และให้บีมลองเดินดูก่อนทำ มันไม่เท่ากันจริง ๆ ด้วยค่ะ แต่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยตระหนักเลย ซึ่งครูนินเอง ก็บอกเหมือนกันว่า ถ้าซ้ายขวาไม่สมดุลแล้ว สุขภาพจะไม่ดีตามมา การหายใจจะติดขัด เลือดลมและพลังปราณจะหมุนเวียนติดขัดไปหมด ซึ่งในชีวิตประจำวันบีมก็หายใจขัด หลังงออัตโนมัติ เวลายืนแปรงฟัน หรือ นั่ง ก็รู้สึกว่าตัวเองยืนไม่เต็ม 2 เท้า หรือ นั่งตรง ๆ ไม่ได้ ตื่นมาก็ปวดหลังเป็นอย่างแรก มันก็สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับจากครูทั้งสองท่านค่ะ

ข้อมูลตรงกันเลย บีมก็ไม่ลังเลที่จะรับการดูแลจากครูบอลอย่างเกินร้อยค่ะ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับการจัดกระดูก ถามว่ากลัวไหม จะกลัวนะคะถ้าไม่ใช่ครูบอล เพราะ ศาสตร์นี้ถ้าพลาดคือพิการได้เลยค่ะ แต่บีมมีเหตุผลที่จะไม่กลัวและเชื่อมั่นในตัวครูบอลเกิน 100% เพราะ

  1. ครูเก๋นับถือครูบอลเป็นอาจารย์
  2. ปกติครูเก๋จะเลือกผู้ที่จะเรียกว่า “อาจารย์” หรือ “ครู” มาก ๆ
  3. บีมรู้สึกถึงความนิ่ง ความปลอดภัย พลังสงบ ร่มเย็น ตั้งแต่ตอนที่ครูบอลทำหน้าให้แล้วค่ะ
  4. ครูบอลมีประสบการณ์ที่ได้ทำให้ผู้คนเห็นผลที่ดีมาแล้วมากมาย

บีมมีคลิปด้วยค่ะ เดี๋ยวถ้าทำเสร็จแล้ว จะมาอัพเดทให้อีกครั้งและจะลงไว้ให้ดูกันที่ YouTube นะคะ รอบนี้รีวิวแบบเขียนไปก่อน จะเห็นเลยว่า การเดินของบีมก่อนทำกับหลังทำแตกต่างกันมาก ๆ ค่ะ คือ ดีขึ้นจริง ๆ และเห็นทันทีหลังทำ

ก่อนที่จะทำ ครูบอลจะตรวจเช็คจุดที่ผิดปกติและวิเคราะห์อาการก่อนค่ะ ครูบอลจะใช้วิธีวัดอย่างง่าย ๆ เลย พอดีไม่มีภาพบีมตอนตรวจเช็คเพราะไม่มีคนถ่ายภาพช่วงนั้น ขออนุญาตลงภาพที่ครูบอลเช็คให้ครูเก๋นะคะ บีมลืมถ่ายภาพเหมือนกันค่ะ พอดีตั้งใจดูอยู่

ดูภาพด้านล่างนี้นะคะ ภาพแรกคือครูบอลให้บีมดูว่า สะโพกครูเก๋ไม่เท่ากัน ภาพที่สองคือไหล่ไม่เท่ากัน และครูเก๋เคยได้รับอุบัติเหตุแขนหักเมื่อตอนเป็นเด็กมาก่อนค่ะ แขนข้างที่ครูบอลจับคือแขนที่เคยบาดเจ็บมาก่อน ซึ่งการที่ตัวเราไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากอิริยาบถในชีวิตประจำวันค่ะ ที่อยู่ในท่าที่ผิดธรรมชาติเป็นเวลานาน ๆ จนโครงสร้างเปลี่ยนและอาจมีพังผืดเกาะแน่น กล้ามเนื้อเกร็งรั้ง จนทำให้ไปกดทับเส้นประสาททำให้เจ็บทุกครั้งที่ขยับได้ค่ะ

เดี๋ยวหลายคนจะมีคำถามว่า บีมกับครูเก๋ ก็มีอาการผิดปกติของโครงสร้างได้ด้วยหรือ ตอบแบบนี้ค่ะว่า ร่างกายของบีมและครูเก๋ ก็คือร่างกายของมนุษย์ทั่วไป เราใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่สิ่งที่เราเรียนรู้คือ ศาสตร์การซ่อมร่าง โดยให้เกิดกระบวนการซ่อมตามธรรมชาติค่ะ หรือใช้แนวธรรมชาติ ไม่ใช้ยา ดังนั้น สิ่งที่เราเป็น ก็เป็นปกติที่มนุษย์ทุกคนจะเป็นกันได้ แต่สิ่งที่เรามีประสบการณ์และความรู้คือ เป็นแล้วจะต้องซ่อมร่างอย่างไรด้วยพลังที่ธรรมชาติให้มาค่ะ และ พลังที่มีอยู่แล้วในร่างกายของมนุษย์ค่ะ

และศาสตร์การปรับโครงสร้าง แกะเส้น ปั้นหน้า นี้ก็เป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจที่ครูเก๋กับบีมรู้สึกว่ามันสามารถช่วยผู้คนได้อีกมาก ๆ แน่นอนค่ะ และโชคดีที่ได้พบกับตัวจริงเรื่องนี้ ที่ให้ความรู้กับเราได้แบบเต็ม ๆ เลย และยังได้รับประสบการณ์ที่ดี ที่น่าประทับใจหลังทำอีกด้วยค่ะ ซึ่งศาสตร์แบบนี้ ถ้าทำผิด ร่างกายจะแย่ได้เลยค่ะ ต้องระมัดระวังในการเลือกผู้ทำให้มาก ๆ และถ้าพลังจิตไม่ดี ไม่นิ่ง ไม่เย็น รุ่มร้อน เราจะได้รับพลังนั้นมาด้วยค่ะ เป็นพลังขยะที่รับมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งในตัวครูบอลไม่มีสิ่งเหล่านี้ค่ะ มีแต่จะให้เราหายดีเท่านั้น ของแบบนี้ มนุษย์เราสัมผัสได้ตามธรรมชาติค่ะ ไม่ต้องใช้คำพูด

มาต่อกันนะคะ…

สิ่งที่บีมรู้สึกหลังการปรับโครงสร้าง ตอกเส้น จัดกระดูก

  1. จุดที่ปวด เจ็บ ติด ที่เป็นมานาน โล่ง เบา ทั้งหมดค่ะ จะมีหลังส่วนล่าง หลังส่วนกลาง คอ บ่า ไหล่ เป็นหลัก ร่างกายเบา หายเครียดเพิ่มไปอีก
  2. หายใจโล่ง โปร่ง สะดวก เต็มปอดขึ้นมาก ๆ โดยอัตโนมัติค่ะ ซึ่งปกติจะมีปัญหาและความยากในการหายใจมาตลอดเลย ยกเว้นตั้งใจหายใจเข้าลึก ๆ จริง ๆ ถึงจะทำได้ค่ะ
  3. ยืนบนเท้า 2 ข้าง ลงน้ำหนักได้เท่ากัน รู้สึกผ่อนคลายและสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ ถ้ามันไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งจะเกร็ง ข้างหนึ่งจะไม่ได้ใช้งานมาก ร่างกายจะเครียดตลอดเวลาจากการเกร็งของกล้ามเนื้อก้นที่เราไม่รู้ตัวค่ะ
  4. เดินบนเท้า 2 ข้างได้เท่ากัน อันนี้ก็รู้สึกดีใจมาก ๆ ค่ะ ซึ่งจริง ๆ ก็รู้สึกแบบนี้ (เดินเท่ากัน) ตอนครูนินปรับให้ด้วยพลังปราณ แต่ตอนนั้นบีมไม่ทราบว่าจะต้องมาดูแลอย่างไรต่อ บีมลืมถามครูนินค่ะ เลยนั่งท่าเดิม นอนท่าเดิม มันเลยกลับมาไม่เท่ากันอีก

ไม่ใช่แค่บีมคนเดียว…คนอื่นก็รู้สึกดีเช่นกัน

จากตอนแรกที่บีมจะอยู่แค่ถึงเที่ยง บีมอยู่ถึงทุ่มกว่าเลยค่ะ (ดูจากชุดและความสดก็รู้ เพราะปกติมาที่ครูเก๋ จะมาแบบสบาย ๆ มาก ๆ ผม หน้า ธรรมชาติสุด ๆ ค่ะ กะมา relax อย่างเดียว ไม่คิดว่าจะต้องถ่ายรูปอะไรออกสื่อเลยจริงๆ 55) เพราะ อยู่เรียนรู้เคสคนอื่นด้วย และ รอพี่แม็คทำเสร็จเป็นเคสสุดท้าย คือ มันไม่ได้หาโอกาสง่าย ๆ ที่เราจะได้มาเจอครูบอลแบบนี้ค่ะ บีมเองก็อยากรู้ว่า ทุกคนรู้สึกอย่างไรเมื่อครูบอลช่วยดูแลให้ค่ะ

ใครมาบ้านคีตา ไม่เคยจะได้อยู่แป๊บเดียวจริง ๆ ถ้าเคมีเข้ากันค่ะ อยู่ยาว เพราะ อยู่แล้วสบายใจค่ะ บ้านคีตาและห้องนี้ เขามีพลังในการช่วยให้เรารู้สึกสบายขึ้นจริง ๆ ค่ะ ถึงขั้นมีลูกศิษย์ครูเก๋ ที่เป็นอาจารย์สอน ม.ราชภัฏเชียงราย บอกว่า “คิดอะไรไม่ออก บอกความรู้สึกไม่ถูก ต้องมาบ้านคีตาค่ะ” บีมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน แค่ได้มาอยู่ก็รู้สึกดีแล้ว เพราะ คุณพ่อคุณแม่และทุก ๆ คน รวมถึงบรรยากาศที่นี่ ดีมากจริง ๆ 🙂 อบอุ่นค่ะ

ผลสรุปก็คือ ทุกคนชอบมาก รู้สึกดีมากจริง ๆ ที่ครูบอลได้ช่วยแก้ไขปัญหาร่างกายให้ค่ะ

มันหลุด มันโล่ง มันสบายจริง ๆ

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ

ครูบอลแนะนำดังนี้ค่ะ

  1. สำหรับผิวหน้าไม่มีอะไรค่ะ ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย
  2. สำหรับส่วนที่ตอกเส้น จัดกระดูก อาจมีระบมและรู้สึกเจ็บได้ 2-3 วัน แต่จะค่อย ๆ หายไป ถ้าได้พักจะดีที่สุด จะได้ฟื้นฟูเร็วค่ะ พยายามอย่าใช้งานร่างหายหนัก ๆ ช่วง 2-3 วันนี้ค่ะ
  3. ต้องประคบร้อนบริเวณที่ได้แก้อาการไปแล้ว จนกว่าจะหายค่ะ
  4. ร่างกายจะจำท่าทางใหม่ได้ภายใน 30 วัน ดังนั้น ต้องพยายามจัดอิริยาบถ นั่ง ยืน เดิน นอน เล่นมือถือ อ่านหนังสือ ฯลฯ ให้ถูกต้องทั้งหมด ก็จะไม่เป็นซ้ำอีก

เช้านี้เป็นอย่างไร?

เมื่อวานนอนเร็วค่ะ 2 ทุ่มครึ่ง ก็นอนแล้ว…และตื่นมาประมาณตี 3 ครึ่ง แบบตื่นเอง สิ่งที่สังเกตได้และรู้สึกตอนเช้าก็คือ

  1. ไม่รู้สึกปวดหลัง ที่ปกติแล้วจะปวดหลังตื่นนอนทุกวันค่ะ ถ้าเล่นโยคะ 3 ท่าถึงจะหาย แต่ถ้าไม่ได้เล่น ก็จะปวดอยู่แบบนั้นตลอดวัน
  2. หน้าตาผ่องใส หน้าฟู อิ่ม มีเลือดฝาดอมชมพู ไม่มีสิวใหม่เพิ่มค่ะ
  3. ดวงตาสดใส มีแววตา มีน้ำหล่อเลี้ยงตามาก
  4. มีพลังชีวิตเพิ่ม รู้สึกถึงทางออกที่สร้างสรรค์ของปัญหามากขึ้น พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น
  5. หายใจโล่งมากขึ้นมาก ๆ สมองโปร่งขึ้นมาก ๆ

นั่นคือสิ่งที่ได้รับทันทีหลังตื่นนอนค่ะ

แต่พอมานั่งทำงาน (เขียนบล็อกนี้ล่ะค่า) บีมก็เริ่มรู้สึกเจ็บหลังส่วนล่างที่เคยเจ็บ แต่บีมคิดว่ามันคงเป็นช่วงปรับค่ะ เป็นช่วงฟื้นฟู สร้างเซลล์ใหม่ และเป็นช่วงระบม แต่บีมตั้งใจปรับท่าทางใหม่ค่ะเพื่อให้ร่างกายจำท่าที่ถูกต้องใหม่ ซึ่งได้ซื้อสายซัพพอร์ตหลังมา เอามาใส่ตอนนั่งทำงานด้วย เพื่อกันไม่ให้ตัวเองนั่งหลังค่อมค่ะ

ที่ซัพพอร์ตหลัง อันนี้คุณแม่ชอบมาก ๆ ค่ะ ใส่ตลอดเลย เพราะมีปัญหาเรื่องหลังเหมือนกัน และท่านสนใจจะมาจัดโครงสร้างกับครูบอลค่ะ

สำหรับใครที่สนใจเข้ารับการดูแลด้านสุขภาพและความงาม ด้วยศาสตร์ภูมิปัญญาไทยโบราณทั้งหมดทั้งปวงที่บีมรีวิวในบทความนี้ สามารถติดต่อครูบอลได้โดยตรง ที่ Line ID: goball2002 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหา​ด้านกล้ามเนื้อก้นบีบรัดปลายเส้นประสาท ติดสลักเพชร จะเป็นส่วนที่ครูบอลถนัดเป็นพิเศษค่ะและมีคนเป็นกันเยอะมากในปัจจุบันค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณโอกาสที่ทำให้บีมได้พบ ครูเก๋ ครูบอล และทุก ๆ คนที่ได้ร่วมกิจกรรมเมื่อวานนี้นะคะ ทำให้บีมได้มีสุขภาพดี หน้าใส และเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ที่จะนำมาดูแลตัวเองและผู้อื่นได้เพิ่มเติมค่ะ

บีมกำลังจัดทำคลิปสัมภาษณ์ครูบอลแบบเต็ม และ รีวิวการเดิน Before-After ของบีม ที่จะได้เห็นปัญหาและผลจากการแก้ไขแบบชัด ๆ นะคะ หากเสร็จแล้ว จะแจ้งที่เพจ สิวซีเคร็ตมิติใหม่ https://www.facebook.com/siwsecret/ และอัพเดทไปที่ YouTube Siwsecret Academy ที่นี่ค่ะ https://www.youtube.com/channel/UCNO1UC9YF2wqVjMrrvK3cEw

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ และ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.