ปณิธานของชีวิตบีมปี 2563

Posted by

มีอยู่ 3 ข้อหลัก ๆ ที่ตั้งใจจะทำค่ะ อยากจะแบ่งปัน เผื่อเป็นไอเดียให้ผู้อ่านเพิ่มเติมได้นะคะ 🙂

1. รักษาระดับพลังชีวิตให้เต็มจนล้นเสมอ
– เพราะบีมได้เรียนรู้ในปีที่แล้วแล้วว่า พลังชีวิตคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิต และค้นพบแล้วว่า พลังชีวิตมาก่อน “how-to” ต่อให้เรามีวิธีการมากมายที่มีคนบอกเรา ทำแล้วจะมีความสุข ทำแล้วจะสำเร็จ มันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเราเลย ถ้าเรามีระดับพลังชีวิตในระดับต่ำค่ะ และเมื่อมีพลังตัวนี้สูง ชีวิตจะดีขึ้นทั้งหมดเอง

ดังนั้น สำหรับการมีชีวิตอยู่ พลังนี้สำคัญที่สุดต่อการเป็นอยู่ที่มีความสุข สงบ เบิกบาน ซึ่งทำได้โดยการเชื่อมต่อกับธรรมชาติเสมอ ๆ กำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นและเป็นพิษออกจากชีวิต ทำตามแนว minimalism คือ น้อยแต่มาก ในทุก ๆ ด้านของชีวิต มีวัตถุให้น้อย คิดเท่าที่จำเป็นและคิดถึงเฉพาะสิ่งที่ต้องการ มีพื้นที่ว่างภายในให้ตัวเองให้มากขึ้น และเลือกอยู่แต่กับสิ่งที่ตัวเองรู้สึกดีเท่านั้น

2. อยู่กับตอนนี้เท่านั้น
– ข้อคิดนี้ ได้มาตอนระบายสีแมนดาล่ากับครูเก๋ วรารักษ์ คืนเสียงหัวเราะที่หายไป by ครูเก๋ วรารักษ์ จำได้มาถึงวันนี้ ซึ่งช่วงนั้น บีมมีปัญหาเยอะมาก เวิ่นเว้อหนักมากเหมือนกัน

การระบายสีแมนดาล่า มันมีกฏว่า ต้องระบายจากในออกนอก ห้ามข้าม ซึ่งตอนระบาย บีมก็ระบายแบบนั้น แต่ระบายแบบระบายออกไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ ให้ครบ 4 ทิศ แต่พอระบายออกมาแล้วแปลความหมายกัน บีมก็ตกผลึกเองว่า นี่เหมือนชีวิตเราเลย ทำหลายโปรเจ็ค ทำ ๆ ๆ สุดพลัง แล้วก็มาเริ่มโปรเจ็คใหม่เรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น เราเลยเหนื่อยมาก

ครูเก๋พูดเสริมว่า แมนดาล่าสะท้อนชีวิตเรานั่นแหละ ชีวิตจริง ๆ มันต้องค่อย ๆ อดทนใช้ชีวิตแบบจุดต่อจุด ปัจจุบันขณะเท่านั้น ซึ่งถ้าจุดนี้ระบายดีแล้ว เราก็ระบายต่อด้วยพลังเท่าเดิม พลังต่อเนื่อง เดี๋ยวมันก็ระบายครบเอง บีมเก็ตเลย ชีวิตมันต้องบังคับให้ตัวเอง “อยู่ตรงนี้เท่านั้นให้ได้” เมื่อแต่ละจุดดีแล้ว มันก็จะดีเองโดยรวม ซึ่งตอนระบายเราไม่เห็นภาพรวมหรอก แต่พอมันออกมาแล้ว เราถึงจะเห็น ถ้าเราทำแต่ละจุดที่ระบายให้ดี มันก็จะออกมาให้เราเห็นเอง

และอีกอย่างก็คือ การที่เราเลือกสีแบบมองไม่เห็นสี บางทีเราได้สีที่เราไม่อยากได้ แต่พอระบายออกมา มันก็สวยได้เหมือนกัน มันอยู่ที่เราจะใช้สีที่ได้รับ ซึ่งเทียบได้กับสถานการณ์ชีวิตที่เราไม่ชอบ เราจะเปลี่ยน จะพลิกมันอย่างไร ให้มันออกมาสวย ก็อยู่ที่มือเราทั้งนั้น ให้เลือกมองมุมดี แล้วพลิกมันให้ได้ มันก็จะดีเอง

คือ การอยู่กับสิ่งที่มี สร้างสิ่งที่ดีจากตรงนั้น ทีละจุด ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งบีมพยายามใช้หลักนี้ตลอดปีที่แล้ว (ได้เรียนรู้ 2 ข้อนี้ต้นปีที่แล้ว) ผลลัพธ์ช่วงปลายปีออกมาดีขึ้นมาก ๆ ค่ะ มันช่วยได้จริง ๆ ให้เราออกจากหุบเหวและเขาวงกตแห่งชีวิต

3. อยู่ใน flow ธรรมชาติของตัวเอง
– นี่ก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีมากที่ได้รับเช่นกัน เป็นผลมาจากการปลดปล่อยตัวเองจากความกลัวและความกังวลถึงวันพรุ่งนี้และอนาคตได้สำเร็จช่วงประมาณสิ้นเดือนสิงหาคม 2562

หลังจากกลัวหลาย ๆ สิ่งที่เรา “กลัวที่จะมองมัน” ก็ตัดสินใจที่จะตั้งใจมองเห็นมัน เผชิญหน้ากับมัน และหลุดจากความกลัว ซึ่งเป็นมารตัวใหญ่ที่สุดที่ทำให้ชีวิตไม่ไปไหนและไม่มีความสุขแท้จริงจากภายในอยู่เป็นเวลากว่า 7 ปี เห็นความกลัวในใจว่า ช่วงสำเร็จและสะสมวัตถุมาก ก็กลัวว่าวันนึงมันจะหายไป ช่วงล้มเหลวและดิ่งลงเหว ก็กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีกิน กลัวคนบางคน กลัว ๆ ๆ ๆ ความกลัวหลายอย่าง เกิดจากความรักลูก แต่จริง ๆ แล้วมันกลับทำให้ชีวิตลูกแย่ลงมากกว่า และเราก็จะตายเร็วด้วย เลยตัดสินใจ … เลิกกลัว ไม่กลัว ซึ่งได้โยคะหัวเราะและวิชาที่เรียนจากครูเก๋ในการซ่อมรากและหยั่งรากมาช่วยสลัดตรงนี้ออก ได้ผลดีมาก ๆ ค่ะ ซึ่งการดูแลรูปแบบอื่น ๆ เช่น สวดมนต์ นั่งสมาธิ ไม่สามารถช่วยตรงนี้ได้ (ประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ บางคนทำก็ได้ แต่บีมฝึกมานาน แต่มันไม่หลุด มาหลุดเพราะ โยคะหัวเราะ TRE และหยั่งรากสไตล์ครูเก๋ค่ะ)

แล้วเริ่มทำตามเสียงภายใน ไปตามสิ่งที่ภายในเราบอก เรายอมไหลไปตาม flow ธรรมชาติมากขึ้น อะไรที่ทำแล้วเรามีความสุข มีผลลัพธ์ดี เราทำอันนั้น มันก็ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ตรงไปตรงมากับตัวเอง มันจะง่ายขึ้นจริง ๆ ไม่ต้องมีเหตุผลที่จะทำตาม flow เพราะมันเป็นสิ่งที่เราเป็นอยู่แล้ว ง่ายสำหรับเราอยู่แล้ว ที่มันยากเพราะเราไปพยายามฝืนมันด้วยตรรกะการคิดของสมองส่วนหน้าค่ะ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมนุษย์ต้องให้หัวใจนำไป หัวใจที่บริสุทธิ์สะอาด หัวใจเราเมื่อตอนเป็นเด็ก คือ สิ่งนำทางที่ดีที่สุดของชีวิต เราต้องยอมอนุญาตให้ตัวเองกลับไปใช้สัญชาตญาณเราเองตอนเป็นเด็ก ไหลตาม flow แบบนั้นอีกครั้งค่ะ มันจะช่วยให้ชีวิตมีความสุขกลับมาได้จริง ทุกอย่างจะง่ายและเป็นไปได้แน่นอน เพราะหัวใจเด็กนั้นไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย

สำคัญที่สุด ที่จะทำให้เราไหลตาม flow ได้ ต้องเป็นอิสระจากความกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลัวไม่มีเงิน ค่ะ เป็นปัญหาใหญ่ของคนยุคนี้

เมื่อใดที่จิตเป็นอิสระจากวัตถุและเงิน
เมื่อนั้น ชีวิตก็อยู่หน้าประตูแห่งความสุขแท้จริงแล้ว

บีมเน้นไปที่ “แก่น” ของชีวิตที่บีมค้นพบเมื่อปีที่แล้วนะคะ

ถ้ารู้สึกชอบ อาจลองนำไปประยุกต์ใช้กับคุณเองเพิ่มเติมได้นะคะ

ถ้าแก่นและรากเราดีและแข็งแรง ชีวิตที่มองเห็นได้ก็งอกงามและเติบโตเองค่ะ และจะโตไปเรื่อย ๆ เป็นร่มเงาให้ชีวิตอื่นได้ด้วย

ด้วยรัก
#ShiningBeam
#สิวซีเคร็ตมิติใหม่
#มากกว่าสิวหายคือได้ชีวิตคืนมา

แล้วคุณล่ะคะ มีความตั้งใจอะไรบ้างในปีใหม่?

แชร์กันได้นะคะ 🙂 และบีมขออวยพรให้ทุกท่านมีพลังและหัวใจที่จะให้ความตั้งใจเป็นจริงนะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.