มาสค์โคลน

฿450

ประเด็นหลักๆ อ่านตรงนี้ค่ะ

เหตุผลที่บีมเลือกใช้สูตรนี้

– ประทับใจที่สุดที่เป็นมาสค์ดีท็อกซ์ผิวที่ไม่ทำให้ผิวแห้ง (ปกติมาสค์ดีท็อกซ์จะทำให้ผิวแห้ง)

– สิวอุดตันหลุดง่ายขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

– สิวอักเสบ สิวขับพิษแนวกรามคางแห้งเร็ว

– ใช้เวลาไม่นาน แค่ 20 นาทีต่อครั้งก็ได้ผลดี

– ทุกครั้งหลังใช้ รู้สึกผิวเบาสบายมากๆ อารมณ์เหมือนได้ดีท็อกซ์ผิวจริงๆ

– ชอบกลิ่นโคลนที่บอกไม่ถูกว่าชอบตรงไหน (กลิ่นและเนื้อเหมือนขนม)

รายละเอียด

ข้อมูลละเอียดอ่านทางนี้ค่ะ

มาส์กโคลน Dead Sea ดีท็อกซ์ผิว – ละลายสิวอุดตันแข็งๆ – ปรับน้ำและน้ำมันในผิวให้สมดุล

มาส์กโคลน Dead Sea ช่วยแก้ปัญหาสิวเรื้อรังด้วยส่วนผสมธรรมชาติ ปลอดสารระคายเคือง 100% ช่วยดีท็อกซ์ผิวด้วย โคลนเกาลินและถ่านคาร์บอน โดยไม่ทําให้ผิวแห้ง มี MCT Oil ที่ช่วยในการละลายไขมันและสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนให้ อ่อนตัวและหลุดอย่างง่ายดาย พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยส่วนผสมบํารุง เช่น กรดอะมิโนหลากหลายชนิด กลีเซอรีน วิตามิ นบี 3 ปี 5 ที่จะช่วยให้ผิวสะอาด ผ่อนคลาย และแข็งแรงขึ้น สิวลดลง ป้องกันสิวใหม่ได้ เมื่อใช้เป็นประจํา

จุดเด่น

  • พัฒนาให้ใกล้เคียงกับคุณสมบัติและการทํางานของโคลนในทะเลเดดซี ซึ่งมีคุณสมบัติในการบําบัดผิวมาก
  • ใช้น้ำแร่เป็นเบส ไม่ใช่น้ำธรรมดา เพื่อให้มีปริมาณแร่ธาตุใกล้เคียงกับโคลนในทะเลมากที่สุด
  • วัตถุดิบหลักในการทําความสะอาดผิว คือ โคลนเกาลินหรือดินขาว (kaolin clay) แทนเบนโตในท์ จะดูดซับน้ำและน้ำมันประมาณ 65% ของน้ำหนักของมัน แต่ไม่ทําให้ผิวแห้งเกินไป
  • อีกตัวหนึ่ง คือ ถ่านกัมมันต์ (activated carbon) ช่วยดูดซับมลพิษหรือเครื่องสําอางที่เกาะที่ผิวช่วงระหว่างวัน ให้หลุดออกมา (เป็นตัวเดียวกับที่ช่วยซับสารพิษในลําไส้เวลาท้องเสีย)
  • น้ำมันมะพร้าว เพื่อช่วยในการละลายน้ำมันแข็งที่อุดตันรูขุมขนอยู่ (ไขมันของเราที่ผสมกับออกซิเจน) ให้อ่อนตัว ลงและให้หลุดออกมาง่าย ซึ่งได้พัฒนาสูตร เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นในสูตรแรกสุดที่อาจทําให้ เกิดการอุดตันในบางคน มาใช้ MCT Oil แทน (medium-chained tryglyceride) เป็นส่วนหนึ่งของน้ำมัน มะพร้าวที่มีปริมาณมากที่สุด ที่แยกเอากรดลอริคซึ่งทําให้เกิดการอุดตันในคนที่ผิว sensitive มาก ๆ ออกไป ทั้งหมดแล้ว ซึ่ง MCT Oil จะเป็นตัวทําละลายสารประเภทไขมัน เป็นสูตรพัฒนาเวอร์ชั่นที่ 2 (สูตรปัจจุบัน)
  • มีสารให้ความชุ่มชื้นอื่น ๆ เช่น กลีเซอรีน ออร์แกนิคอโล วิตามินบี 3 และ 5 เป็นส่วนผสมอยู่มาก และตัวที่สําคัญ มาก ๆ คือ กรดอะมิโนหลายตัวรวมกัน ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับสารให้ความชุ่มชื่นในผิวของเรา เวลาที่เราพอก ผิว กรดอะมิโนจะเล็กมาก ซึมผ่านลงสู่ผิวได้ จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื้นหลังล้างมาส์กออกแล้ว
  • Niacinamide* ได้รับการวิจัยกว้างขวางมากที่สุดในบรรดาวัตถุดิบที่ใช้ในเครื่องสําอางในปัจจุบันนี้ มีประโยชน์ ต่อผิวที่หลากหลายมาก ๆ เป็นตัวหลักที่ผสมในผลิตภัณฑ์ของโอ เนเจอรอลเกือบทั้งหมด ใส่เต็มที่ 4-5% ตามที่ อย.กําหนด เพื่อให้เห็นผลสูงสุด สําหรับเรื่องสิว เขาจะช่วยต้านเชื้อสิวได้เทียบเท่ากับตัวยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาสิว ในความเข้มข้น 2% และช่วยลดการหลั่งไขมันส่วนเกินของต่อมไขมัน ควบคุมให้สมดุล ไม่มากหรือน้อยเกินไป คนผิวแห้งก็สามารถใช้ได้ และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวแข็งแรงขึ้น และช่วยให้เม็ดสีที่ถูกสร้างจาก ชั้นผิวแท้ขึ้นมาน้อยลง ผิวจึงกระจ่างใสขึ้น ลดการเกิดรอยแดง รอยดํา

กลไกลหลัก ๆ ในส่วนของการแก้ปัญหาสิวและผิวระคายเคือง

  • ทําความสะอาดผิว ซับไขมันส่วนเกินจากผิว ด้วยโคลนเกาลินและถ่านกัมมันต์ อาหารของเชื้อโรคและการอุดตันลดลง
  • ละลายไขมันแข็ง ๆ และสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนออกด้วย MCT Oil ให้หลุดอย่างง่ายดาย ลดการกดสิว กรีดสิว ที่ รุนแรงต่อผิว ลดการเกิดรอยและความบอบช้ําของผิว ลดการเกิดแผล
  • เพิ่มความแข็งแรงของกําแพงผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และปรับปริมาณน้ำมันที่ผลิตออกมาให้สมดุล

มาส์กโคลน VS เจลรักษาสิว

  • ตัวยาที่ช่วยในการรักษาสิว จะอยู่ในเจลรักษาสิวโดยตรง จะให้ผลตรงและเร็วกว่าเรื่องสิว และละลายอุดตันได้ มากกว่า ต้านเชื้อสิว P.Acne ได้มากกว่า
  • อย่างไรก็ตาม หากผิวระคายเคืองมาก แพ้มาก อาจเริ่มต้นที่มาส์กโคลนก่อน พอผิวแข็งแรง ค่อยปรับไปใช้เจลรักษาสิว เพื่อช่วยให้การรักษาสิวเร็วขึ้น

มาส์กโคลน VS อโลเจล

  • โดยพื้นฐานแล้ว ส่วนผสมคล้าย ๆ กัน
  • ต่างกันตรงที่อโลเจลไม่มีโคลนและน้ำมัน
  • มาส์กโคลนจึงช่วยให้ละลายผิวชุ่มชื้นมากกว่า

เรียงลําดับ 3 ตัว ตามสุขภาพผิว

  • ผิวแพ้มาก > เริ่มที่อโลก่อน (เน้นให้ความชุ่มชื้น ไม่มีตัวรักษาสิว)
  • ผิวแข็งแรงขึ้น > มาส์กโคลน (รักษาสิวได้และให้ความชุ่มชื้นมาก)
  • ผิวแข็งแรงดี > เจลรักษาสิว รักษาสิวได้ดีที่สุด)

วิธีใช้

  • มาส์กหน้า หลังทําความสะอาดผิวหน้าและซับหน้าเบา ๆ ให้หมาดแล้ว พอกมาส์กให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่มีปัญหา สิวให้หนาพอประมาณ (ไม่ให้เห็นเนื้อผิว หรือ ให้มิดสิว) ทิ้งไว้ไม่เกิน 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด
  • แต้มสิว ใช้มาส์กแต้มที่สิวอักเสบได้โดยตรง มาส์กสักพักแล้วใช้ทิชชูเปียกเช็ดออกได้
  • ใช้ได้ทุกวัน จนกว่าผิวจะสงบ สิวจะลดลง โดยไม่ทําให้ผิวแห้งลง เพราะในสูตรนี้มีการผสมสูตรให้ผิวชุ่มชื่นหลัง ใช้อยู่แล้ว เมื่อสิวหายแล้ว ก็ลดความถี่ในการใช้ลงได้ ให้เป็นลักษณะของการดีท็อกซ์ผิวประจําสัปดาห์ เพื่อให้ สุขภาพผิวดีอย่างต่อเนื่อง
  • แนะนําให้ทาให้หนาไว้ก่อน เพื่อให้อัตราการระเหยของเนื้อมาส์กลดลง จะช่วยให้ตัวที่ออกฤทธิ์อยู่ข้างล่างได้นาน ขึ้น และซึมลงผิวได้มากขึ้น
  • อ่อนโยนและใช้ปอยได้เท่าที่ต้องการ ใช้กลางวันได้ พอกแล้วนอนก็ได้ (แค่มันจะเลอะหมอนเท่านั้นเอง)
  • สิวหนอง ซีสต์ สามารถเจาะสิว เอาหนองออก แล้วแต้มหรือพอกมาส์กนี้ได้เลย
  • ปลอดภัยในวัยรุ่น แม่ตั้งครรภ์ แม่ให้นม เพราะปราศจากวิตามินเอ กรดวิตามินเอ อนุพันธ์วิตามินเอ และ ยา ปฏิชีวนะ
  • อาการแสบในผิวเมื่อพอกมาส์ก เป็นอาการปกติเวลาที่ผิวเป็นสิว คือ มีแผลอยู่ที่ผิว มาส์กโคลนอ่อนมาก ๆ แล้ว ดังนั้น เมื่อทาลงไปแล้วมีแผล ก็จะรู้สึกได้ ต่างกับอาการแพ้ คือ เห่อ แดง ขึ้นมาทันทีหลังทา

ขั้นตอน > Cleansing Milk > เจลล้างหน้า > พอกโคลน > ล้างน้ำเปล่า > โทนเนอร์ > บำรุง

(แนะนําให้ใช้เฉพาะก่อนนอน)

วิธีเก็บรักษา

  • เนื่องจากโคลนนี้มีแร่ธาตุมากและเบสเป็นน้ำแร่ ซึ่งเชื้อจะชอบ ควรเก็บในตู้เย็น เก็บเหมือนอาหาร และควรใช้ช้อนตัก (มีแถมไป) เพื่อป้องกันเชื้อให้มากที่สุด ยึดระยะในการเก็บรักษา
  • ถ้าไม่มีตู้เย็น ให้ระวังให้มาก ห้ามใช้มือจิ้ม อย่าให้นิ้วหรือมือโดนด้านในของฝา ใช้ที่ตัก เสร็จแล้วล้าง ดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ
  • อย่าให้น้ำระเหยออก อย่าให้อากาศเข้า จะช่วยเก็บไว้ได้นาน