แจก 4 สูตรดีท็อกซ์ แก้สิว ผิวใส ลดพุง ทำได้เองที่บ้าน ในงบเบาๆ

4 สูตรล้างพิษ แก้สิว ผิวใส ลดพุง ทำได้เองที่บ้าน ในงบเบา ๆ

#แจกสูตรดีท็อกซ์4สูตร ที่บีมทดลองใช้แล้ว ช่วยให้สิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หายขาดได้จริง ๆ (พิษไม่เยอะมาก ร่างกายไม่พังมากนะคะ) #สายต้องการทำด้วยตัวเองในงบเบาๆ อ่านและทำตามนี้ได้เลยค่ะ
.
สูตรที่ 1 น้ำอุ่น

บีมได้ค้นพบวิธีล้างพิษที่ง่ายที่สุดในโลก คือ การใช้น้ำอุ่นจากหนังสือ น้ำอุ่นธรรมดา 1 แก้วในตอนเช้า ที่ดื่มแล้วไม่ธรรมดา มีสรุปเนื้อหาสั้น ๆ นาทีกว่าๆ ที่คลิปนี้ของ SE-ED เลยนะคะ https://youtu.be/8OWbehTwDkg

มีช่วงที่บีมทดลอง ใช้เวลาอยู่ประมาณเกือบเดือน ซึ่งเวลาทดลองสูตรการทานสูตรใดสูตรหนึ่ง บีมจะไม่ทานตัวอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการล้างพิษร่วมด้วยเลยค่ะ และจะทดสอบด้วยการทานอาหารที่มีไขมันเลว อาหารผัดทอดนอกบ้าน หรือพวกแป้งร่วมด้วย เพื่อดูว่ามันจะช่วยล้างพิษได้ระดับไหนค่ะ

สรุปว่า … น้ำอุ่นธรรมดา ๆ นี่ล่ะค่ะ ร่างกายล้างพิษตัวเองได้ดีเลย ระบบย่อยก็ดีขึ้น ทำให้บีมปรับวิธีทานอาหารโดยดื่มน้ำอุ่น ๆ ค่อนร้อนก่อนหรือหลังอาหารประมาณครึ่งแก้วกาแฟ เพื่อช่วยเพิ่มไฟย่อยค่ะ พบว่าสิวแนวกรามคางลดลงจริง (สิวแนวนี้คือ ระบบย่อยย่อยอาหารไม่ได้หมดค่ะ จะตกค้างเป็นพิษในลำไส้)

จะดื่มแบบจิบ ๆ หรือดื่มรวดเดียว ก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ได้อารมณ์กับผลต่อจิตใจคนละแบบค่ะ ยังไม่ลงลึกตรงนี้นะคะ (ใครมีหนังสืออาหารเปลี่ยนผิว จะมีเขียนรีวิวไว้ละเอียดเลยค่ะ กลับไปอ่านทบทวนได้เลย)

#วิธีการดื่ม
– ต้มน้ำหรือใช้กระติกไฟฟ้าก็ได้ ต้มน้ำให้เดือด แล้วกดมาประมาณ 300 cc ปล่อยให้อุ่นพอดื่มได้ (ถ้าอุ่นจนค่อนเย็น จะไม่ได้ผลนะคะ)

– แล้วค่อย ๆ จิบดื่มแบบละเอียด จนกว่าจะหมด ในเวลา 3-5 นาทีค่ะ หรืออีกวิธีคือ ดื่มรวดเดียวให้หมด เป็นการกระตุ้นลำไส้ค่ะ แต่จะไม่ได้อารมณ์ผ่อนคลาย ร่างกายจะไม่ทันได้ซึมซับความอุ่นร้อนให้กระจายตัวมากนัก แต่ให้ผลทางกระตุ้นการขับถ่ายได้ดีค่ะ

– ทดลองแบบไหนก็ได้ เอาที่รู้สึกดีและได้ผลดีกับตัวเองค่ะ

– ดื่มเวลาเดียว คือ ตอนเช้าหลังตื่นนอน

สูตรที่ 2 น้ำอุ่น ผสมเกลือหิมาลัย มะนาว และทานข้าวหมากตาม

เกลือหิมาลัย (เกลือสีชมพู) จะช่วยเพิ่มการสื่อสารในระดับเซลล์ ช่วยให้ประจุไฟฟ้าไหลลื่นในร่างกายได้ดีขึ้น ผลคือ การไหลเวียนของของเหลวในร่างกายจะเพิ่มขึ้น ของเสียออกจากเซลล์ได้ดีขึ้น สารอาหารเข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น ออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น

ถ้าดื่มเฉพาะน้ำอุ่นผสมเกลือหิมาลัยอย่างเดียว ก็ช่วยให้มีของเหลวคั่งค้าง เช่น ในมดลูก ช่องคลอด สามารถกำจัดออกมาได้ระดับหนึ่งเลยค่ะ ใครที่มีปัญหากับระบบประจำเดือนหรือมดลูก อาจพบว่า มีตกขาวหรือปวดท้องน้อยได้ในช่วงเริ่มดื่ม หรือไม่ได้ดื่มนานแล้วกลับมาดื่ม ซึ่งถ้าออกมาหมดแล้ว ก็จะกลับไปเป็นปกติค่ะ (หาย) บีมจึงรู้ว่า ตัวนี้ช่วยให้ร่างกายดีท็อกซ์ได้จริง

ส่วนมะนาว ถ้าเราลองบีบลงบนจานที่มีไขมัน ไขมันจะแตกตัว เวลาเข้าสู่ร่างกายของเรา ก็ทำงานแบบนั้นค่ะ และทุกครั้งที่บีมดื่ม จะหายใจคล่องด้วย เพราะมะนาวจะช่วยให้ไขมันที่เกาะบนหลอดเลือดหรือที่ต่างๆ แตกตัว และถูกกำจัดออกได้มากขึ้น และช่วยปรับเลือดให้เป็นด่างด้วย จึงช่วยปรับสมดุล pH ของเลือด ซึ่งหลังตื่นนอน หลาย ๆ คนที่กินเนื้อสัตว์ หรือกินผักผลไม้น้อย เครียดมาก ร่างกายจะเป็นกรดค่ะ เป็นสภาวะที่มะเร็งและโรคสิวชอบมาก ๆ

บีมจึงเอามารวมกัน ดื่มน้ำอร่อยดี ถ้ามีน้ำผึ้งก็ใส่ไปค่ะ แต่บางคนอาจจะมีเรื่องของภาวะความเร็วต่อน้ำตาล กินแล้วมีผลต่อน้ำตาลแกว่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อผิว ทำให้สิวอักเสบ แต่โดยส่วนตัว บีมไม่มีปัญหากับน้ำผึ้งเลยค่ะ คิดว่ามีประโยชน์ในการซ่อมลำไส้ด้วยซ้ำไป ช่วยให้มะนาวไม่ระคายเคืองทางเดินอาหารตอนทานสูตรนี้มากไปด้วยค่ะ

พอดื่มเสร็จรวดเดียว เน้นกระตุ้นลำไส้ให้ขับถ่าย ก็จะทานข้าวหมากตามไปเลย เพราะ เป็นการเติมเชื้อแบคทีเรียที่ดีให้ลำไส้ตั้งแต่เช้า สูตรนี้ทำทุกเช้า จะช่วยทั้งเรื่องผิวและการลดหน้าท้องและน้ำหนักค่ะ

#วิธีทำ

– กดน้ำร้อน 1/3 ของแก้วที่บีมถ่ายภาพให้ดู แล้วเติมน้ำอุณหภูมิห้องอีก 2/3 ให้ปรับสัดส่วนให้อุ่นค่อนร้อน

– บีบมะนาว 1/2 ลูกลงไป

– ใส่เกลือหิมาลัย 1/2 ช้อนโต๊ะ (ถ้ามากไป จะเค็มเกิน อะไรที่มากไป ร่งกายไม่ชอบค่ะ แต่เกลือนี้ไม่ทำให้ตัวบวม ไม่อันตรายเหมือนเกลือแกงสีขาว) ทานแล้วตัวไม่บวม แต่อย่าเค็มไปเท่านั้นค่ะ กลับช่วยขับน้ำส่วนเกินออกด้วย

– คนให้เข้ากันทั้งหมด จะใช้หลอดดูดเพื่อป้องกันเคลือบฟันก็ได้ค่ะ

– ทานข้าวหมาก 2 ช้อนโต๊ะตามไป อาจดื่มน้ำตามนิดหน่อยได้ค่ะ เพื่อดันลงกระเพาะและลำไส้

สูตรที่ 3 ยาระดมพล

บีมทานสูตรนี้เพื่อทดลองเรื่องการล้างน้ำเหลืองค่ะ จะดูผลต่อสิวและผิว โดยทดลองจนเข้าใจ ว่ามันช่วยให้สิวหายได้จริง ๆ หน้าใส สิวหาย ขับถ่ายออกดีมาก ๆ และกลิ่นอุจจาระก็แรงมาก ๆ แสดงว่าล้างได้ลึกจริง ๆ และช่วยให้หายปวดหลัง ปวดเนื้อ ปวดตัว ได้ด้วยค่ะ ตามสรรพคุณที่เขาเขียนไว้เลย

แต่…สำหรับคนที่เริ่มทานใหม่ ๆ จะพบปัญหา คือ อาการขับพิษจะเยอะมาก ๆ เพราะ มันล้างเยอะมาก ๆ จะมีปัญหาคือ จิตตก ไม่มั่นใจ แต่ถ้าใครที่เข้าใจ ก็จะกินจนหายได้จริง ๆ ซึ่งใช้เวลา 1 เดือนขึ้นไปสำหรับการทานครั้งแรกเพื่อล้างพิษแก้สิวค่ะ

#วิธีทาน

– ทานตามฉลากได้เลยนะคะ 1-4 ช้อนโต๊ะ ตามธาตุหนักและเบา ใครถ่ายง่าย ก็ทานแค่ 1 ช้อนโต๊ะค่ะ และบีมแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นตามสัก 1 แก้วกาแฟ ทานช่วง 4 ทุ่มทุกคืน จนกว่าสิวจะหายค่ะ

– ตอนเช้า ดื่มน้ำอุ่น 300 cc. เพื่อกระตุ้นการขับถ่ายออกค่ะ

– บางคนอาจตื่นมาปัสสาวะช่วง ตี 1-3 บ่อยกว่าปกติ หรือ ตื่นมาอุจจาระช่วงดังกล่าวเช่นกัน ไม่ต้องตกใจค่ะ แสดงว่าพิษเยอะมากจริง ๆ ควรปล่อยให้ร่างกายได้ขับออกค่ะ พอพิษลดลงแล้ว แม้คืนไหนจะทาน วันต่อมาก็จะไม่ถ่ายมากเหมือนวันแรก ๆ แล้วค่ะ และสังเกตที่ผิว ถ้าสิวหายแล้ว ก็หยุดทานได้ แต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากันค่ะ

สูตรที่ 4 ตรีผลาสูตรไม่หวาน

สมุนไพรสูตรนี้บีมชอบมาก ๆ ค่ะ แต่ราคาก็เอาการอยู่สำหรับการทานเป็นประจำ ถ้าทำเองได้ก็คงจะประหยัดไม่น้อย แต่ถ้าจะเน้นแก้สิว ก็เป็นอีกตัวที่น่าพิจารณา แต่ผลการขับพิษ จะมากกว่าระดมพลไปอีก เพราะมันปรับธาตุไปด้วย ดีท็อกซ์ไปด้วยพร้อม ๆ กัน ซึ่งลำพังกระบวนการปรับธาตุก็ทำให้ร่างกายปรับตัวเยอะมากช่วงแรก ๆ แล้ว สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้มีปัญหาสิว จะไม่พบปัญหาสิวขับพิษค่ะ แต่คนที่มีปัญหาสิว จะพบปัญหานี้ด้วย ดังนั้น มันมีอะไรที่ต้องเข้าใจเพิ่มก่อนทานค่ะ

ส่วนตัวบีมจะชอบทานตรีผลาช่วงเปลี่ยนฤดู เพราะเขาจะทำให้เราแข็งแรง ไม่เป็นหวัดง่าย หรือทานตอนเป็นหวัดก็หายเร็วมาก ๆ และช่วยปรับธาตุ ช่วยเติมเชื้อแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ คือช่วยหลายๆ อย่างในหนึ่งเดียว

แต่การทานตัวนี้ ถ้าหวังผลเรื่องการแก้สิว ต้องทานต่อเนื่อง เท่าที่ได้รับฟีดแบ็ค คือ 3-6 เดือนค่ะ แต่ก็จะเหมาะกับคนที่เข้าใจและชื่นชอบการปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป สิวค่อย ๆ หาย สุขภาพค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ

วิธีทาน
– ถ้าเป็นสูตรที่ถ่ายภาพมาให้ เป็นแบรนด์ที่บีมเลือกทานประจำค่ะ (ถ้าจะทาน) เพราะดูสะอาดและมีมาตรฐาน และหาซื้อได้ง่าย บีมซื้อที่ตำรับไทยค่ะ สำหรับขวดนี้ ซื้อให้น้องแคนดี้ กินล้างไขมันไม่ดีออกจากการกินขนมแบบเด็ก ๆ

– รู้สึกเขาจะไม่บอกวิธีทานไว้ค่ะ มันสามารถปรับปริมาณได้ตามที่เราต้องการ ถ้าเริ่มต้น บีมแนะนำให้ซื้อแก้วเป๊กมา แล้วลองดื่มที่ 20 cc ก่อนนอนเวลาเดียวค่ะ ดื่มน้ำอุ่น 1/2 แก้วกาแฟตาม ลองดื่มแบบนี้ไปสัก 3 วัน สังเกตดู ถ้าโอเคอยู่ ก็เพิ่มเป็น 30 cc ก่อนนอน เวลาเดียวอีกสัก 3 วัน สังเกตดู ถ้ายังโอเค ก็เพิ่มเป็น 2 เวลาเลย คือ เช้าและก่อนนอนค่ะ

– ทานไปจนกว่าสิวจะหายค่ะ

#คำแนะนำเพิ่มเติม

– เลือกแค่สูตรใดสูตรหนึ่งต่อการล้างพิษช่วงระยะเวลาหนึ่ง
– ทานต่อเนื่องตามที่แนะนำ จนกว่าสิวจะหาย
– ช่วงระหว่างที่ทานสูตรเหล่านี้ ควรดูแลเรื่องอาหารให้ดี กินคลีนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ งดเนื้อสัตว์ อาหารมัน อาหารหวาน แป้ง GI สูง ของย่อยยาก ๆ ปิ้ง ย่าง นมวัว โยเกิร์ตจากนมวัว พาสต้า มะกะโรนี ชีส งดไข่ไปก่อนนะคะ เพราะหลายคนแพ้ไม่รู้ตัว
– เน้นกินเมนู ต้ม นึ่ง ลวก เน้นผักเยอะ ๆ กินผลไม้เป็นอาหารว่าง กินสลัดโรล สลัดผัก น้ำปั่นผักผลไม้ อาหารไม่ผ่านกระบวนการ
– เรื่องอาหารแนะนำให้ทำตามข้อมูลในอัลบั้มนี้ค่ะ https://www.facebook.com/pg/siwsecret/photos/?tab=album&album_id=879029035783988
– ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องวันละไม่ต่ำกว่า 1.5 ลิตร โดยดื่มตามวิธีที่แนะนำไว้ที่นี่ค่ะ https://www.facebook.com/…/a.889649541388…/889011751452383/…

– ไม่ว่าจะเลือกสูตรไหน ก็ควรกินข้าวหมาก / โยเกิร์ตนมถั่วเหลือง ทุกเช้าพร้อมกับการดื่มน้ำตอนเช้า ถ้าเป็นไปได้ ควรกินมะละกอ หรือ กล้วยน้ำว้า ตามการกินข้าวหมากหรือโยเกิร์ตด้วย จะช่วยให้เชื้อแบคทีเรียขยายตัวได้ดีมาก ๆ ส่งผลให้ลำไส้ดีขึ้นเร็วค่ะ ลำไส้ดี = ผิวดี ยิ่งถ้าปรับอาหาร กินผักผลไม้เยอะ ๆ ดื่มน้ำมากและถูกวิธี จะยิ่งให้ผลดีเร็วมาก ๆ ค่ะ

#จำไว้ว่า

– ไม่สามารถบอกอาการขับพิษของแต่ละคนได้ จะเกิดขึ้นแตกต่างกัน ควรต้องศึกษาวิธีรับมือและทำตามที่แนะนำไว้ที่อัลบั้มนี้ค่ะ https://www.facebook.com/pg/siwsecret/photos/?tab=album&album_id=884490495237842

– ไม่สามารถบอกระยะเวลาของแต่ละคนได้ว่าเมื่อไหร่จะหายค่ะ ต้องทำ ต้องปรับตัวเองไปเรื่อย ๆ จนเรากลายเป็นคนใหม่ที่มีพฤติกรรมใหม่ มีจิตใหม่ ที่เป็นจิตใสสะอาดจริง ๆ

– จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้าต้องการหายจากสิวจริง ๆ ต้องแก้ที่จิตก่อน ฝึกโยคะหัวเราะ ตามเพจครูเก๋ https://www.facebook.com/KayMiracles เลยค่ะ ดีท็อกซ์ที่จิตไปด้วย จะได้หายเร็ว ๆ ค่ะ เพราะถ้าจิตเราเป็นอิสระจากสิวเมื่อไหร่ ไม่แคร์มัน ไม่กังวลกับมัน เราจะหายเร็วมาก ๆ ต่างกับการที่เราไปคิดถึงมันตลอดเวลา จะทำให้จิตติดค้างในภาวะเป็นสิว ที่แม้จะดูแลร่างกายดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถหายได้

– ต้องเข้าใจก่อนลงมือทำ เพราะเป็นกระบวนการธรรมชาติ เซลล์ร่างกายมีถึง 70 ล้านล้านเซลล์ จะหายขาดภายใน 3 วัน 7 วันคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากค่ะ ดังนั้น สร้างความคาดหวังให้ถูกต้อง นี่คือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ไม่ใช่แค่รักษาสิว แต่ผลพลอยได้คือ หน้าใสตลอดไปไม่ต้องกลับมาเป็นอีก … นานแค่ไหน ก็คุ้มที่จะทำค่ะ

ขออวยพรให้ทุกคนที่ได้ทำตามอย่างตั้งใจจริง ๆ
มีผิวใส มีสุขภาพดี มีความสุขในการดูแลตัวเอง
เห็นพัฒนาการที่ดีของตัวเองในทุก ๆ เช้าที่ลืมตานะคะ

ด้วยรัก
#บีมวรดาภา
#ล้างพิษรักษาสิว
#มากกว่าสิวหายคือได้ชีวิตกลับคืนมา

สาเหตุแท้จริงของสิวและวิธีรักษาที่ถูกต้องที่จะทำให้หายจริง คลิกอ่านที่นี่ก่อนเลยนะคะ https://siwsecret.com

โฆษณา

5 เทคนิคป้องกันสิว “ช่วงไฟกำเริบ”

เดือนเมษายนนี้ ไฟช่างร้อนแรง…

ทั้งไฟป่าเชียงใหม่ ไฟป่าเชียงราย ไฟไหม้ Central World และ ไฟไหม้มหาวิหารนอเทรอดาม

ยังไม่รวมถึงความเครียดทางการเมือง เศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้น

สภาพแวดล้อมความร้อนสูงเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อตัวเราที่เป็นคนไทยในเขตร้อน

เป็น ร้อน x ร้อน คือ คูณสอง (หรือมากกว่า) ย่อมส่งผลให้ร่างกายแห้ง ขาดน้ำ กระหายน้ำ

เมื่อภายในขาดน้ำ ก็จะส่งผลมาที่ผิว ซึ่งคนที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ก็จะแสดงออกมาชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นอาการผดผื่น สิวอักเสบ รอยแดงที่เข้มขึ้น การคันที่ผิวโดยไม่ทราบสาเหตุ

ในบทความนี้ บีมนำเทคนิคง่าย ๆ มาแบ่งปันเพื่อช่วยปรับสมดุลให้ผิว “มีน้ำหล่อเลี้ยง” จากภายใน

เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาเช่นนี้ไปได้ด้วยดีที่สุดค่ะ

อาการที่บ่งบอกว่าเรามีภาวะร้อนเกิน

อ้างอิงจากองค์ความรู้ของคุณ หมอเขียว ใจเพชร มีทรัพย์ ซึ่งบีมสรุปให้สั้น ๆ ไว้สังเกตตัวเองง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

  • ริมฝีปากแห้ง แตก ลอก ทาลิปบำรุงแล้ว พอลิปหมดก็ลอกแตกอยู่
  • รู้สึกกระหายน้ำตลอดเวลา ยิ่งดื่มน้ำเย็น ยิ่งเป็น ยิ่งไม่หาย
  • รู้สึกอ่อนเพลีย อ่อนแรง อยากนอน อยากพัก เกือบตลอดเวลา
  • รู้สึกขับถ่ายยากขึ้น หรือมีอาการท้องผูก
  • มีสิวอักเสบและรอยแดงเพิ่มขึ้น
  • มีผดผื่น หรือ คันตามเนื้อตัวแบบไม่มีสาเหตุ

 

เทคนิคปรับสมดุลที่บีมใช้เองแบบง่าย ๆ ที่บ้านมาฝากค่ะ

เทคนิคที่ 1 : งดอาหารฤทธิ์ร้อน

จากประสบการณ์ทดลองด้วยตัวเองเรื่องอาหารมา 10 ปี และมาทานตามหลักปรับสมดุลด้วยแนวอายุรเวทประมาณเกือบ 3 ปี พบว่า “อาหารจะเปลี่ยนเป็นกายของเรา และ อาหารจะส่งผลต่ออารมณ์ของเราโดยตรง” ดังนั้น การที่เราได้งดกินของที่มีฤทธิ์ร้อนในตัวเอง เช่น พริกไทยดำ พริกขี้หนู กระเทียม ทุเรียน เงาะ ขิง และของรสจัดทั้งปวง (ทุกรสชาติ ไม่ใช่แค่เผ็ดจัดและเปรี้ยวจัด ทุกรสชาติที่มากไป ทำให้ร้อนเกิน)เนื้อสัตว์ใหญ่ อาหารปิ้งย่างที่ใช้ความร้อนสูง ๆ ในช่วงเวลาแบบนี้ ก็จะช่วยให้ความร้อนลดลงอย่างมาก เพียงแค่ตัดสินใจไม่กินไปก่อน พอสภาพแวดล้อมมันเย็นลง ก็ค่อยกลับมากินได้ค่ะ เอาร่างกายให้รอดก่อน

รายการอาหารฤทธิ์ร้อน http://foodmorkeaw.blogspot.com/p/blog-page_7.html

 

เทคนิคที่ 2 : ดื่มและทานสมุนไพรและอาหารฤทธิ์เย็น

โดยส่วนตัวแล้ว บีมมักจะใช้ผลไม้และน้ำเปล่าเป็นตัวปรับสมดุลอย่างง่ายก่อนค่ะ ผลไม้ที่มีน้ำมากและรสจืดโดยธรรมชาติ เช่น แตงโม แคนตาลูป ชมพู่ ส่วนผักจะเป็นแตงกวา สะเดา (เอามาต้มดื่มน้ำกิน ลดความร้อนได้เร็วมาก)

ส่วนน้ำดื่มอาจจะเป็นน้ำเปล่าธรรมดาแบบไม่เย็นหรือไม่อุ่น และน้ำ pi-water (เป็นน้ำที่เคลมสรรพคุณว่า มีโมเลกุลใกล้เคียงกับน้ำในร่างกายของเรามากที่สุด ซึ่งส่วนตัวบีมกับครอบครัวดื่มเป็นประจำ ยิ่งช่วงมีไฟป่าที่เชียงราย มีฝุ่น P.M 2.5 ก็จะต้องดื่มสัปดาห์ละอย่างน้อยคนละ 1 ขวดค่ะ (ขวดละ 20 บาท) ซึ่งเราจะเห็นผลด้านสุขภาพเร็วกว่าดื่มน้ำธรรมดาจริง ๆ (ต้องช่างสังเกตนิดนึงนะคะ และต้องเป็นคนดูแลสุขภาพประมาณนึง ดื่มแล้วจะสังเกตได้เอง)

และบางครั้ง ก็จะต้มน้ำเก๊กฮวยแบบไม่เติมน้ำตาล ดื่มอุ่น ๆ ก็จะช่วยเพิ่มการดีท็อกซ์เอาสารพิษออกได้ดี หรือจะรอให้เย็นก็ได้ค่ะ ถ้าร้อนจัดกระหายน้ำมาก บางทีก็ดื่มเย็น ๆ ไปเลย แต่ก็นาน ๆ ครั้ง เพราะ การดื่มน้ำเย็น จะทำให้ไฟย่อยในกระเพาะหายไป ทำให้อาหารที่กินย่อยไม่ได้หมด บูดเน่าสะสมในลำไส้ได้ง่ายค่ะ

หรือจะดื่มน้ำย่านางใบเตย จะคั้นสด ปั่น สกัด ต้ม ได้หมดค่ะ ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้มีขายทั่วไปตามร้านสมุนไพร เลือกเจ้าที่บรรจุดี มีมาตรฐาน และผสมกับน้ำเปล่าสะอาดตามสัดส่วนที่ฉลากหรือผู้ขายแนะนำค่ะ

ควรทานสิ่งเหล่านี้ตอนท้องว่างค่ะ ไม่ควรดื่มและทานก่อนและหลังอาหารภายใน 30 นาที เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารลดลง และเมื่อภาวะร้อนเกินหมดไป (เราจะรู้สึกสบายตัวขึ้น) ก็ให้ลดปริมาณการทานหรือดื่มลงจนสามารถหยุดได้ พอมีภาวะร้อนเกินอีก ก็ค่อยทำอีกค่ะ

เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ เป็นอาหารและสมุนไพรที่ไม่ได้อยู่ในระดับที่แพทย์ต้องควบคุมการใช้ ดังนั้น ในการทาน ก็ให้เน้นการสังเกตตัวเองเป็นหลัก ไม่สามารถบอกปริมาณที่แน่นอนได้สำหรับแต่ละคนเพราะร่างกายแต่ละคนแตกต่างกัน ซึ่งเมื่อไหร่ที่รู้สึก “สบาย” แล้ว ถือว่าทำสำเร็จค่ะ

รายการอาหารฤทธิ์เย็น http://foodmorkeaw.blogspot.com/p/blog-page.html

 

เทคนิคที่ 3 : ปล่อยวาง

เมื่อสถานการณ์มันร้อนอยู่แล้ว ตัวเราต้องพยายามมีสติตามดูรู้ทันร่างกายและจิตใจ สถานการณ์แบบนี้ จะรอดได้ถ้า “เย็นและปล่อยวาง” ถ้าใครที่โมโหง่าย ๆ ต้องรีบฝึกฝน เพราะ ต่อไปโลกมันก็อาจจะร้อนกว่านี้ ถ้าไม่ฝึกตั้งแต่ตอนที่ร้อนระดับนี้จนโกรธน้อยลงหรือตัดความโกรธออกได้ ไฟโทษะจะทำลายตัวเอง การโมโหแบบขาดสติอาจนำไปสู่การทำลายทั้งตัวเองและผู้อื่น ดังนั้น…ปล่อยวางค่ะ

สำหรับตัวบีมเอง บีมจะใช้เทคนิค “โยคะหัวเราะ” และการพูดภาษา “Gibberish” ในการปลดปล่อยพลังความเครียดและความโกรธที่สะสมอยู่ในตัวทุกเช้า

ใช้เพลงบรรเลงที่มีเสียงน้ำไหลเย็น ๆ เปิดฟัง นอนหงาย ทิ้งร่างกาย ตามดูความว้าวุ่นในใจ เห็นแล้ววาง แล้วขอทิ้งร่างไว้บนโลก หายใจเข้าออกยาว ๆ ลึก ๆ ช้า ๆ จินตนาการว่า เหมือนเราเป็นลูกโป่งแล้วลมที่หายใจเข้าไปทำให้ฟูและแฟ่บไปทั่วร่าง วางชื่อ วางอาชีพ วางทุกอย่าง แล้วกลับมาดูทั้งกายทั้งใจ แล้วขอทิ้งทุกอย่าง

เพลงบรรเลงหลากหลายประเภทที่บีมเลือกไว้จะช่วยได้ ปรับสมดุลง่าย ๆ ตามสภาวะตอนนั้น ส่วนใหญ่จะใช้ Chakra Balancing & Healing Music, Tibetan Bowl และ Healing Music ถ้ารู้สึกจิตใจว้าวุ่น จะดื่มนมถั่วเหลืองอุ่น ๆ สัก 1 แก้ว แล้วไปนอนตามเทคนิคที่บอกเลยค่ะ พวกนี้จะช่วยได้ ทำให้เราผ่อนคลายระดับลึก ตื่นมาสดชื่นได้จริง ๆ ลดไฟในตัวได้จริง ๆ

ที่สำคัญ เราจะต้องสังเกตว่า ดนตรีไหน เรารู้สึกดีและสบายนะคะ เพราะ บางเพลงคลื่นความถี่จะช่วยเราได้ บางเพลงคลื่นยังไม่ตรงกับเรา ถ้าไม่สบายอาจต้องปรับไปฟังเพลงอื่นที่ฟังแล้วสบายก่อนค่ะ พอระดับพลังงานเราดีขึ้นแล้ว แล้วกลับมาฟังใหม่ อาจปรับเข้ากันได้ดีแล้ว

ตัวอย่างเพลงที่บีมเปิดฟังเพื่อการฟื้นฟูพลังหรือผ่อนคลายระดับลึก (เปิดให้ลูกและสามีด้วย)

 

เทคนิคที่ 4 : อาบน้ำเย็นหรืออุณหภูมิธรรมดา

ปกติบีมเป็นคนติดน้ำอุ่นจนเกือบร้อนมาก ๆ ไม่ว่าจะฤดูไหน ก็ต้องอาบน้ำแบบนี้ค่ะ แต่หน้าร้อนปีนี้ ไม่ไหวจริง ๆ ต้องอาบน้ำเย็น

สำหรับใครที่ร้อนมาก ๆ เพลียมาก ๆ ให้ก้มหัวลง หรือ ถ้าฝักบัวอยู่สูง แค่เปิดน้ำให้ไหลลงมาเลยค่ะ ออกมาแรง ๆ สัก 3-5 นาที อยู่กับปัจจุบัน หายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ จินตนาการว่า อณูของน้ำได้ล้างเอาความร้อนเกินออกไปทั้งตัว โมเลกุลของน้ำสะอาดและใสเย็นเข้าแทนที่ รู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่ทั่วร่างกาย แล้วค่อยหยุดค่ะ

 

เทคนิคที่ 5 : เลือกใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงที่เน้นการเติมน้ำให้ผิว ลดความร้อนในผิว เป็นหลัก

เครื่องสำอางในกลุ่มนี้จะมี น้ำแร่บริสุทธิ์ อโลเวร่า ไฮยาลูรอน คาโมไมด์ เป็นส่วนผสมที่เคลมหลัก และควรเป็นสเปคแนวออร์แกนิคหรือธรรมชาติที่ปลอดสารกันเสีย จะช่วยได้มาก

ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ -paraben ที่พบบ่อย ๆ ในเครื่องสำอางที่จำหน่ายในเมืองไทยทั่วไป คือ methylparaben และ propylparaben และบางชิ้นอาจมีมากกว่านี้ที่ลงท้ายด้วย paraben ค่ะ ซึ่งเป็นสารกันเสียที่มีราคาถูกและมีข้อมูลในต่างประเทศว่ามีผลเสียต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ Alcohol Denat, Sodium Laureth Sulfate, Sodium Lauryl Ether Sulfate ด้วยค่ะ

เป็นคำแนะนำที่ให้สแกนกันแบบง่าย ๆ ซึ่งก็จะพบด้วยตัวเองว่า ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายทั่วไป จะมีส่วนผสมเหล่านี้แทบทั้งสิ้น แม้กระทั่งแบรนด์ที่ฉลากเขียนว่า ธรรมชาติ และ สมุนไพรเองก็ตาม ดังนั้น ต้องหาแบรนด์ที่เป็นออร์แกนิคและธรรมชาติตัวจริง และตรวจสอบที่ส่วนผสมอีกทีค่ะ

แนะนำให้งดการทำเลเซอร์และการทำทรีทเมนต์อะไรก็ตามที่ทำให้ผิวต้องเป็นแผล รวมถึงงดการใช้กรดกับผิวหน้าในช่วงนี้ไปก่อน ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นให้ต้องซ่อมผิวจริง ๆ หรือไม่มีครีมบำรุงฟื้นฟูที่สามารถทำให้ผิวซ่อมแซมฟื้นฟูและอิ่มน้ำได้มากหลังทำ ไม่เช่นนั้น จะเป็น ร้อนคูณสาม คือ ร้อนในกาย ร้อนที่ผิว และร้อนภายนอก จะทำให้ผิวแย่กว่าเดิมมาก ๆ และการรักษาผิวอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร (เราพูดตามหลักสมดุลธรรมชาตินะคะ เพราะการดูแลผิวรูปแบบนี้ คือ การเพิ่มไฟให้ผิว ยิ่งทำให้ผิวเสียสมดุล ถ้าครีมบำรุงไม่สามารถช่วยฟื้นฟูผิวได้เร็วจริง ๆ ก็จะลำบากและผิวอาจเกิดรอยแผลได้ค่ะ)

หวังว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้และนำไปทดลองใช้ดูนะคะ รับรองว่าจะช่วยให้รู้สึกสบายตัวและสบายผิวขึ้นได้จริง ๆ ค่ะ